เกาหลีใต้โวยถูกจีนลอกรายการทีวี

เกาหลีใต้โวยถูกจีนลอกรายการทีวี

เกาหลีใต้โวยถูกจีนลอกรายการทีวี

แม้ความขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้จีนประกาศแบนสื่อบันเทิงเกาหลีมาแล้วหลายเดือน แต่ในทางปฏิบัติ สื่อบันเทิงแดนโสมก็ยังเป็นที่นิยม ถึงขนาดมีการเลียนแบบรายการบันเทิงของเกาหลีใต้ เพื่อนำไปออกอากาศในเมืองจีนกันเลยทีเดียว

รูปข่าว : เกาหลีใต้โวยถูกจีนลอกรายการทีวี

แม้ Running Man ฉบับดั้งเดิมของเกาหลีใต้จะประกาศยุติการถ่ายทำในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ผู้ชมในเมืองจีนยังสามารถติดตาม Hurry Up, Brother รายการที่ผู้ผลิตในจีนซื้อลิขสิทธ์จาก Running Man ไปสร้างในรูปแบบของตนเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ต่างจากเวอร์ชั่นภาษาจีนของ Infinite Challenge รายการวาไรตี้ โชว์ชื่อดังที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นรายการของจีนในปี 2015 กระแสดังกล่าวแสดงถึงความสนใจที่ผู้ผลิตรายการในเมืองจีน มีต่อโชว์ยอดฮิตของเกาหลีใต้เป็นอย่างดี

แม้ความขัดแย้งทางการเมืองช่วงปีที่ผ่านมา จะทำให้จีนออกมาตรการควบคุมรายการบันเทิงจากเกาหลีใต้ แต่สื่อแดนโสมยืนยันว่ารายการโทรทัศน์ของพวกเขายังไปปรากฏในเมืองจีนด้วยการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งต้นปีหน้าจะมีรายการของเกาหลีใต้ถึง 7 รายการ ถูกดัดแปลงไปสร้างใหม่ในเวอร์ชั่นภาษาจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งเกมประลองปัญญา Finding Genius และรายการทำอาหาร Three Meals a Day

แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เกาหลีใต้ เผยว่า ทางการจีนอ้างว่าต้องการควบคุมสื่อบันเทิงเกาหลีใต้ เพื่อปกป้องคนทำงานในแวดวงสื่อของประเทศจีน แต่พวกเขากลับขโมยรายการของเกาหลีไปทำเป็นของตนเอง จีนมักประกาศว่าตนเองเป็นศูนย์กลางของเอเชีย แต่พวกเขาก็ยังหวังพึ่งกระแสของเกาหลี จนถึงขั้นลอกเลียนความคิดกันเลยทีเดียว

แม้การแบนสื่อเกาหลี จะเป็นสัญญาณที่จีนพยายามแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องง้อสื่อบันเทิงแดนโสม แต่วงการโฆษณาในจีนก็ยังต้องพึ่งพาชื่อเสียงของซูเปอร์สตาร์แดนกิมจิ โดยเมื่อเดือนสิงหาคม คิมซูฮยอน พระเอกหนุ่มจาก My Love from the Star ซีรีส์ยอดฮิตในเมืองจีน ได้เซ็นสัญญาโฆษณาสินค้าในแดนมังกรถึง 2 เจ้า แม้ว่าทางการจีนจะเริ่มแบนสื่อบันเทิงแดนโสมไปแล้วก็ตาม

ผู้บริหารบริษัทเอเยนซี่หลายแห่ง วิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวว่า จีนได้นำการเมืองมาเป็นข้ออ้างให้ผู้ผลิตสื่อบันเทิงเกาหลีตกเป็นเบี้ยล่าง และทำให้ความได้เปรียบบนโต๊ะเจรจาอยู่ในกำมือของฝ่ายจีน บริษัทเกาหลีควรมีศักดิ์ศรีและไม่เล่นตามเกมของจีน และเสนอให้ผู้ผลิตสื่อแดนโสมมองหาช่องทางเผยแพร่ไปยังตลาดที่กำลังเติบโตทั้งในทวีปอเมริกาและภูมิภาคอาเซียน มากกว่ายึดติดกับแดนมังกร ที่แม้จะใหญ่โตแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้

การประกาศแบนสื่อเกาหลีของทางการจีนนั้น ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศเพิ่งลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยการร่วมมือระหว่างประเทศไปเมื่อ 2 ปีก่อนนี้เอง

 

 

กลับขึ้นด้านบน