"อาร์ตี้ ธนฉัตร" นั่งแท่นกำกับ MV เพลงประกอบหนังเรื่องใหม่

"อาร์ตี้ ธนฉัตร" นั่งแท่นกำกับ MV เพลงประกอบหนังเรื่องใหม่

"อาร์ตี้ ธนฉัตร" นั่งแท่นกำกับ MV เพลงประกอบหนังเรื่องใหม่

อาร์ตี้ ธนฉัตร อยู่กับจอเงินมาแล้ว 8-9 ปี เป็นช่วงเวลาที่นักแสดงวัยรุ่นเรียนรู้โลกของภาพยนตร์พร้อมกับการทำงาน ล่าสุด ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่นำแสดงมีเพลงประกอบสัญชาติเกาหลีที่ได้อดีตนักร้องนำวง Duke (ดุ๊ค) มาร่วมงาน อาร์ตี้เลยชิมลางกำกับมิวสิควีดีโอครั้งแรก

รูปข่าว : "อาร์ตี้ ธนฉัตร" นั่งแท่นกำกับ MV เพลงประกอบหนังเรื่องใหม่

เคยอยู่เบื้องหน้ามาตลอด พอลองขยับมาทำงานเบื้องหลัง ในฐานะผู้กำกับมิวสิควีดีโอดูบ้าง อาร์ตี้ ธนฉัตร ตุลยฉัตร ก็ทุ่มสุดตัว ตั้งแต่มาดูสถานที่ถ่ายทำ วางตำแหน่งนักแสดง และกำหนดมุมกล้องด้วยตัวเองก่อนถ่ายทำจริงกันที่ตึกร้างย่านมีนบุรี เนื่องจากทีมงานออกแบบว่าเพลง Great Sky ที่ถ่ายทำกันอยู่นี้ ควรมีฉากหลังที่ดูเป็นสตรีทอาร์ตกับภาพยามค่ำคืน จะเหมาะกับเพลงแห่งการรอคอยนี้มากที่สุด

โดยที่มาของเพลง Great Sky นั้นเป็นเพลงเกาหลี แต่งโดย "คิม ซอก มิน" อดีตนักร้องนำวง Duke (ดุ๊ค) ที่สูญเสียคู่หูร่วมวงคือ "คิม จี อุน" ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และนับจากนั้นคิม ซอก มิน ไม่สามารถแต่งเพลงต่อให้จบได้อีกเลย จนเมื่อได้รู้จัก ลองพูดคุยกับทีมเขียนบท ผู้กำกับภาพยนตร์ "คุกจียอง แมงกุ๊ดจี่เกาอีหลีเด้อ" ก็กลับมีกำลังใจ จับปากการื้อเพลงขึ้นมาแต่งใหม่ และยกให้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งอาร์ตี้ ธนฉัตร กับ 2 พระเอกหน้าใหม่ ซัน ชีวานนท์ กับหยก ปกป้อง นำแสดง

ที่มาที่ไปของการได้ร่วมงานกับศิลปิน คิม ซอก มิน ทั้งแต่งเพลงให้และร่วมแสดงด้วยภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เพราะเนื้อหาเล่าถึงเด็กหนุ่มเลือดอีสาน 3 คน ที่ฝันอยากมีภาพลักษณ์แบบเกาหลี พูดง่ายๆ คือเป็นติ่งเกาหลี ซึ่ง เวสต์ สหรัฐ ฉิมพินิจ ผู้กำกับหน้าใหม่ มีพื้นเพเป็นคนอีสาน มองเห็นความชื่นชอบวัฒนธรรม ศิลปิน การแต่งกายแบบวัยรุ่นเกาหลีแล้วกระทบใจ จึงนำมาเติมต่อกับบทหนังสั้นเรื่องกุ๊ดจี่ที่เข้ารอบโครงการคำพ่อสอน ใช้เวลาทำงานพัฒนาบทและถ่ายทำรวม 2 ปี ได้ศิลปินนักแสดงเกาหลีอีกนับ 10 คนมาร่วมงาน และมีแผนเปิดตัวฉายในเกาหลี ลาว และเวียดนาม เพราะตลาดภาพยนตร์ของลาวและเวียดนามนั้นตอบรับภาพยนตร์ไทยค่อนข้างดี

เมื่อทิศทางของภาพยนตร์ไทยในตลาดบ้านเราไม่ทำรายได้เท่าที่ควร ผู้ผลิตก็มองตลาดที่กว้างออกไปยังเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามเองมีโรงหนังจำนวนมากและหลายระดับ เป็นพื้นที่ให้ภาพยนตร์ไทยไปรอคิวฉายได้ แม้แต่เรื่อง "คุกจียอง แมงกุ๊ดจี่เกาอีหลีเด้อ" ที่ต้นทุนไม่มาก และเริ่มต้นมาจากทุนส่วนตัวด้วยความฝันของผู้กำกับ

 

 

กลับขึ้นด้านบน