ข่าวเด่น 2559 : ทุกภาคส่วนขยับ เฝ้าระวัง-เข้มความปลอดภัยทางน้ำอยุธยา

ข่าวเด่น 2559 : ทุกภาคส่วนขยับ เฝ้าระวัง-เข้มความปลอดภัยทางน้ำอยุธยา

ข่าวเด่น 2559 : ทุกภาคส่วนขยับ เฝ้าระวัง-เข้มความปลอดภัยทางน้ำอยุธยา

รูปข่าว : ข่าวเด่น 2559 : ทุกภาคส่วนขยับ เฝ้าระวัง-เข้มความปลอดภัยทางน้ำอยุธยา

อุบัติเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ถือเป็นบทเรียนให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้มงวดเรื่องปลอดภัยทางน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมไม่ให้บรรทุกผู้โดยสารเกินความพร้อมของเรือและคนขับ

เหตุการณ์เรือสมบัติมงคลชัย ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากชนกับสิ่งปลูกสร้าง บริเวณหน้าวัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้มีชาวไทยมุสลิมเสียชีวิต 28 คน เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2559 ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุทางน้ำครั้งใหญ่ ที่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวคือความประมาทของคนขับเรือ ไม่ชำนาญเส้นทาง บรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำกีดขวางการเดินเรือ

ทั้งนี้ จากการสำรวจแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง จ.พระนครศรีอยุธยาของทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่ายังมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำจำนวนมาก นายนราพร มิ่งมาก คนขับเรือท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยายอมรับว่าเป็นอุปสรรคของการเดินเรือและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

“ช่วงนี้น้ำขึ้น น้ำลง ต้องดู ช่วงจังหวะที่เราวิ่งจะมีต่อโผล่อยู่ใต้น้ำมั้ย เราต้องคำนวนดูก่อน”

นายสุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ได้ขอความร่วมมือผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำไม่ให้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างยื่นลงแม่น้ำ และแจ้งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอนออก เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

“สิ่งล่อแหลมที่จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของชุมชนหรือนักท่องเที่ยว เรามีการประชุมทุกเดือน เพื่อสร้างจิตสำนึกของคน ให้ลดภาวะอุบัติเหตุทางน้ำอย่างต่อเนื่อง”

นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันภัยสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าว่า สำหรับมาตรการเรื่องความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจอุปกรณ์ช่วยชีวิตของผู้ประกอบการเรือโดยสารและและเรือท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจสภาพความพร้อมของเรือ และห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำเฝ้าระวังและช่วยเหลือ

“มีการตรวจสอบเสื้อชูชีพในเรือ คนขับเรือ มีการกวดขัน เน้นย้ำ ขณะนี้มีการเตรียมทีมกู้ชีพทางน้ำและทีมกู้ภัยทางน้ำ โดยมีเรือของกรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ เทศบาล และมูลนิธิอาสาสมัครใน จ.พระนครศรีอยุธยา มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง”

เหตุการเรือล่มที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อหันมาเข้มงวดการมาตราการความปลอดภัยทางน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือ ทั้งของสาธารณะและเอกชน รวมทั้งตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเรือโดยสารและการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว กระทรวงคมนาคมจะกำหนดให้เรือที่รับผู้โดยสาร 25 คนขึ้นไป ติดตั้งเครื่องติดตามเรือให้เสร็จภายในปีหน้า เพื่อติดตามควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติซ้ำอีก

กลับขึ้นด้านบน