สตรีมมิ่งทำธุรกิจดาวน์โหลดเพลงถึงทางตัน

สตรีมมิ่งทำธุรกิจดาวน์โหลดเพลงถึงทางตัน

สตรีมมิ่งทำธุรกิจดาวน์โหลดเพลงถึงทางตัน

ความนิยมในการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง ทำให้คาดกันว่าจะเข้ามาแทนที่ธุรกิจการดาวน์โหลดเพลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ผลตอบแทนที่ยังไม่เป็นธรรมในสายตาของศิลปินและค่ายเพลง ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจนี้อยู่

รูปข่าว : สตรีมมิ่งทำธุรกิจดาวน์โหลดเพลงถึงทางตัน

แม้ไม่มีผลงานซีดีหรือแม้แต่เพลงไว้จำหน่ายในรูปแบบดาวน์โหลด แต่ช่องทางนำเสนอผลงานแบบสตรีมมิ่งก็เพียงพอทำให้แร็ปเปอร์วัย 23 ปีอย่าง Chance the Rapper สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินรายแรกที่ส่งอัลบั้มติดชาร์ต Billboard 200 ตามด้วยการถูกเสนอชื่อชิง Grammy Awards 7 สาขา ความสำเร็จด้านรายได้และรางวัล ทั้งๆ ที่ไม่มีอัลบั้มวางจำหน่าย คือตัวอย่างความสำเร็จของศิลปินยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ผลงานแบบสตรีมมิ่ง ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ฟังรุ่นใหม่

เมื่อ 10 ปีก่อนที่ธุรกิจการดาวน์โหลดเพลงกำลังเติบโต เพลง Crazy ของ Gnarls Barkley สร้างสถิติเป็นเพลงแรกที่เผยแพร่ในรูปแบบดาวน์โหลด และครองแชมป์ชาร์ตในอังกฤษจนคาดกันว่าธุรกิจดาวน์โหลดเพลงจะเข้ามาแทนการผลิตซีดีในอนาคตแต่ 2 ปีที่ผ่านมา บริการน้องใหม่อย่างสตรีมมิ่งกลับทำรายได้ทั่วโลกแซงหน้าทั้งซีดีและดาวน์โหลดเพิ่มจาก 5 ปีก่อนถึง 3 เท่าตัว

แม้ตัวแทนของ Apple ผู้ครองสัดส่วนการดาวน์โหลดเพลงถึงร้อยละ 70 จะยืนยันว่าบริษัทยังให้ความสำคัญกับธุรกิจนี้ แต่ มาร์ค มัลลิแกน นักวิเคราะห์ธุรกิจดนตรี ทำนายว่าการจำหน่ายเพลงแบบดาวน์โหลดจะหายไปภายในเวลาไม่กี่ปี สัญญาณบ่งชี้มาจากการเปลี่ยนอินเตอร์เฟสหน้าเว็บไซต์ iTunes ที่ลดความสำคัญของบริการดาวน์โหลด และให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการสตรีมมิ่งสะดวกขึ้น โดยเขาเชื่อว่าธุรกิจดาวน์โหลดเพลงจะตายก่อนซีดี และภายในปี 2020 Apple จะยกเลิกบริการดาวน์โหลดเพลงโดยสิ้นเชิง

แต่ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกในธุรกิจสตรีมมิ่ง คือผลตอบแทนที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ โดยเฉพาะเว็บไซต์ยูทูบ ที่มียอดการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งคิดเป็นร้อยละ 60 ของทั้งวงการ แต่กลับให้ผลตอบแทนแก่ค่ายเพลงน้อยกว่า Spotify และบริการสตรีมมิ่งเจ้าอื่นๆ เนื่องจากยูทูบแบ่งรายได้จากค่าโฆษณาที่ปรากฏในแต่ละคลิป ซึ่งมีมูลค่าที่น้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนจากบริการสตรีมมิ่งเจ้าอื่นๆ ที่คิดตามจำนวนครั้งที่เพลงถูกเปิด

แม้ยูทูบจะยืนยันว่าปีที่ผ่านมาค่ายเพลงได้เงินจากการเผยแพร่เพลงผ่านยูทูบสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ แต่สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ ชี้ว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ฟังเพลงทางยูทูบทั่วโลกถึง 800 ล้านคน ดังนั้นค่าตอบแทนปีละ 1 พันล้านเหรียญ เทียบได้ว่าผู้ฟังเพลงทางยูทูบหนึ่งคน สร้างรายได้แก่ค่ายเพลงทั้งปีเพียง 1 เหรียญกับ 25 เซนต์ หรือ 43 บาทเท่านั้น นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ใช้บริการ Spotify ที่สร้างรายได้แก่ค่ายเพลงต่อคนปีละ 18 เหรียญ หรือ 630 บาท

ขณะที่ นักวิเคราะห์มองว่า "ซีดี" น่าจะมีอายุในการจำหน่ายนานกว่าการดาวน์โหลด เพราะหลายบ้านยังคงมีเครื่องเล่นซีดีและแฟนเพลงที่โตมากับการสะสมซีดีก็ยังคงให้การสนับสนุนซีดีต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน