ตะลึงสถิติ “เมาแล้วขับ”คดีพุ่ง 4,300 กว่าคดี

ตะลึงสถิติ “เมาแล้วขับ”คดีพุ่ง 4,300 กว่าคดี

ตะลึงสถิติ “เมาแล้วขับ”คดีพุ่ง 4,300 กว่าคดี

รูปข่าว : ตะลึงสถิติ “เมาแล้วขับ”คดีพุ่ง 4,300 กว่าคดี

กรมคุมประพฤติ สรุปคดีเมาแล้วขับถูกส่งคุมประพฤติเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 หรือ 871 คดีจากทั่วประเทศ ชี้ 3 อันดับแรก นครพนม -กรุงเทพ-เชียงราย มากสุด เตรียมให้ศาลเพิ่มชั่วโมงทำงานบริการสังคม เป็น 48 ชั่วโมง

วันนี้ (6ม.ค.2560) พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการเกิดอุบัติเหตุ 3919 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 478 คน บาดเจ็บ 4,128 คน และมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 121 แห่ง จำนวน 4,833 คดี ประกอบด้วย ขับรถขณะเมาสุรา 4,342 คดี คดีอื่นๆ 452 คดี และคดีขับรถประ มาท 38 คดี ทั้งนี้ หากเทียบกับสถิติเมาแล้วขับในช่วง ปีใหม่ 2559 พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น 871 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 25.9 โดยจังหวัดที่มีคดีเมาแล้วขับ ถูกคุมประพฤติเพิ่มขึ้น คือ นครพนม 272 คดี กรุงเทพมหานคร 266 คดี และเชียงราย 156 คดี


อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนเม.ย.-พ.ย. 2559 กรมคุมประพฤติได้นำผู้ถูกคุมความประพฤติที่ทำผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกไปดูการทำงานในห้องดับจิตและห้องฉุกเฉินแล้ว 4,572 ราย จนสร้างให้สร้างความตระหนักรู้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ กรมยังมีมาตรการอื่น เพื่อสร้างจิตสำนึกของผู้ถูกคุมความประพฤติ โดยในคดีเมาแล้วขับศาลอาจมีคำสั่งคุมประพฤติ 1-2 ปี ทำงานบริการสังคม 10-40 ชม.กรมคุมประพฤติจะเสนอให้ศาลสั่งทำงานบริการสังคมเพิ่มเป็น 48 ชม.ขึ้นไปเพื่อป้องปรามพฤติกรรมอย่างเข้มงวด

อธิบดีกรมคุมประพฤติ บอกอีกว่า ขณะนี้จากสถิติมีผู้กระทำความผิดซ้ำมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนรวบรวมข้อมูลสถิติของผู้ผ่านการพัฒนาพฤตินิสัย จากทั้ง 3 กรม เพื่อหาแนวทางแก้ไขไม่ให้กลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก เนื่องจากพบว่ามีช่องโหว่คือผู้กระทำผิดบางรายขณะกระทำผิดยังเป็นเยาวชน

 

กลับขึ้นด้านบน