กกร.ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ 10,000-15,000 ล้านบาท

กกร.ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ 10,000-15,000 ล้านบาท

กกร.ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ 10,000-15,000 ล้านบาท

รูปข่าว : กกร.ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ 10,000-15,000 ล้านบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ประมาณ 10,000 -15,000 ล้านบาท ขณะที่ประธานสมาคมธนาคารไทยมองว่าความเสียหายไม่เกิน 10,000 ล้านบาท

วันนี้ (9 ม.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งในปี 2560 และพื้นที่เพาะปลูกหลักอยู่ในภาคใต้ น้ำท่วมในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการโจมตีพื้นที่ใจกลางเศรษฐกิจหลักอีกแห่งของไทย โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินว่าความเสียหายในภาคเกษตรกรรมไม่น่าจะต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท และการท่องเที่ยวเสียหายสัปดาห์ละ 6,000-11,000 ล้านบาทและเมื่อรวมกับความเสียหายด้านอื่น ปรากฏว่ามูลค่าความเสียหายจะอยู่ที่ 85,000-120,000 ล้านบาท กระทบจีดีพีปีนี้ร้อยละ 0.58-0.84

ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินผลกระทบเบื้องต้น คาดว่าจะมีความเสียหายประมาณ 10,000 -15,000 ล้านบาท โดยแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ไม่ได้เกิดภาวะน้ำท่วม ซึ่งการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 คาดว่าสามารถเติบโตได้ตามที่คาดไว้ร้อยละ 3.5-4 การส่งออกขยายตัวร้อยละ 1-3

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เมื่อประเมินผลกระทบเป็นเม็ดเงิน คงไม่เกิน 10,000 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับจีดีพี ถือว่าน้อยมาก โดยสมาคมธนาคารจะหารือกันเพื่อหามาตรการช่วยเหลือด้านการเงินกับธุรกิจที่ถูกท่วมน้ำท่วมในเร็วๆ นี้ สำหรับสาขาธนาคารในภาคใต้ส่วนใหญ่เปิดทำการแล้ว เหลือเพียง 23 สาขาที่ยังไม่เปิดทำการ โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2560 สาขาที่ประสบภัยมีจำนวน 110 สาขา คิดเป็นร้อยละ 12.85 ของสาขาธนาคารพาณิชย์ในภาคใต้ทั้งหมด 856 แห่ง

ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานประเมินผลกระทบกับพืชเกษตรเเละเตรียมมาตรการเยียวยา เร่งรัดส่งเครื่องสูบน้ำลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช และพัทลุง ซึ่งมวลน้ำสูงสุดจะเริ่มเคลื่อนสู่ตัวเมืองวันที่ 11 มกราคมนี้ โดย พล.อ.ฉัตรชัย จะลงพื้นที่ด้วยตนเองในวันที่ 11 มกราคม และเบื้องต้น มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559/2560 ผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 3,000 บาท

ด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ โดยการพักชำระหนี้เงินต้นเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ระยะเวลา 1 ปี และงดคิดดอกเบี้ยปรับ ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว ธนาคารจะเข้าไปสำรวจความเสียหาย เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป

กลับขึ้นด้านบน