สั่งไม่ฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ" คดีรถโบราณหรูสมเด็จช่วง ชี้ไม่มีหลักฐานรู้เห็นเอกชนเสียภาษีไม่ถูกต้อง

สั่งไม่ฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ" คดีรถโบราณหรูสมเด็จช่วง ชี้ไม่มีหลักฐานรู้เห็นเอกชนเสียภาษีไม่ถูกต้อง

สั่งไม่ฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ" คดีรถโบราณหรูสมเด็จช่วง ชี้ไม่มีหลักฐานรู้เห็นเอกชนเสียภาษีไม่ถูกต้อง

รูปข่าว : สั่งไม่ฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ" คดีรถโบราณหรูสมเด็จช่วง ชี้ไม่มีหลักฐานรู้เห็นเอกชนเสียภาษีไม่ถูกต้อง

อัยการฟ้องแล้ว 3 เอกชน ปลอมเอกสาร-เลี่ยงภาษีนำเข้ารถเบนซ์โบราณสมเด็จช่วง-สั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนีหรือหลวงพี่แป๊ะ ชี้ไม่มีหลักฐานรู้เห็นเอกชนเสียภาษีไม่ถูกต้อง

วันนี้ (12 ม.ค.2560) เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อธิบดีอัยการพิเศษ สำนักคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งในคดีการนำเข้ารถเบนซ์โบราณหรูหมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โดยมีคำสั่งให้ฟ้องเอกชน 3 ราย ผู้นำเข้ารถโบราณ ได้แก่ นายพิชัย วีระสิทธิกุล ผู้ต้องหาคนที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้ พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย และนายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ฐานร่วมกันนำของที่ไม่ได้เสียภาษี หรือที่ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมสั่งฟ้องผู้ต้องหาอีก 2 คน ฐานแจ้งให้พนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ

ทั้งนี้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และเป็นเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ต้องหาคนที่ 7 ซึ่งถูกตั้งข้อหามีไว้ในครอบครองโดยไม่รู้ว่าของนั้นไม่ได้เสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตร โดยอัยการชี้ว่า เพราะไม่มีหยานหลักฐานใดพิสูจน์ว่าพระมหาศาสนมุนี รับรถยนต์ไว้โดยรู้ว่านายวิชาญ เสียภาษีสรรพสามิตรไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ให้ยุติการดำเนินคดีในคดีนี้ด้วย เนื่องคดีขาดอายุความ

กลับขึ้นด้านบน