สธ.ห่วงผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ประสบภัยน้ำท่วม เสี่ยงอาการกำเริบ

สธ.ห่วงผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ประสบภัยน้ำท่วม เสี่ยงอาการกำเริบ

สธ.ห่วงผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ประสบภัยน้ำท่วม เสี่ยงอาการกำเริบ

รูปข่าว : สธ.ห่วงผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ประสบภัยน้ำท่วม เสี่ยงอาการกำเริบ

หลังพบอยู่ในภาวะเครียดมาก 238 คนเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 45 คน แนะสังเกต 7 อาการเสี่ยง กำชับ เฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวชเดิม ผู้ป่วยเรื้อรัง เด็กและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ที่เสี่ยงเครียดรุนแรงและอาจมีภาวะซึมเศร้าในอนาคต

วันนี้ (14 มกราคม 2560) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวลกระทรวงสาธาณสุข ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต(MCATT)จากศูนย์สุขภาพจิตที่ 5,11,12 สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ออกให้บริการระหว่างวันที่ 7-11 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ประสบภัยเข้ารับการคัดกรองสุขภาพจิต 7,385 คน พบเครียดระดับมาก 238 คน เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 45 คน

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนดูแลจิตใจตนเองในระยะนี้ ตั้งสติ สร้างกำลังใจและสร้างคุณค่าให้ตน เอง ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นต้น ส่วนครอบครัวที่มีผู้มีปัญหาทางจิตใจ สามารถป้องกัน ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ คนใกล้ชิดและครอบครัว ต้องให้กำลังใจ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองขอให้สังเกตพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดการฆ่าตัวตาย ดังต่อไปนี้ 1.รู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา 2.รู้สึกว่างเปล่าหรือหมดเรี่ยวแรงอย่างมาก 3. ฝันร้าย สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือมีปัญหาการนอน 4.ยังมีความรู้สึกต่อเหตุการณ์อย่างรุนแรง เช่น รู้สึกกลัว รู้สึกผิด หรือถูกทอดทิ้งอย่างรุนแรง 5.ไม่สามารถควบคุมความโกรธ หรือความเจ็บปวดได้ 6. พฤติกรรมถดถอย เช่น สูบบุหรี่ การดื่มหรือรับประทานอาหารที่ผิดปกติ และ7.แยกตัวจากสังคมอย่างชัดเจน

โดยผู้ใกล้ชิด ผู้มีความเสี่ยงควรปฏิบัติ ดังนี้ บอกคนใกล้ชิดเสมอ “มีอะไรขอให้บอก” รับฟังอย่างตั้งใจและเสนอความช่วยเหลือ เก็บสิ่งที่อาจใช้เป็นอาวุธ อย่าให้คนที่มีความเสี่ยงอยู่เพียงลำพัง พยายามชี้ทางเลือก ด้านบวกที่มีอยู่หลากหลาย สำหรับผู้ป่วยจิตเวชเดิมต้องดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเนื่อง และขอความช่วยเหลือจากบุคลากรที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ โดย สามารถขอคำปรึกษาได้จากบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กลับขึ้นด้านบน