มติชัด "ตัดสิทธิ์" เฉพาะผู้ทุจริตสอบนายสิบตำรวจเท่านั้น

มติชัด "ตัดสิทธิ์" เฉพาะผู้ทุจริตสอบนายสิบตำรวจเท่านั้น

มติชัด "ตัดสิทธิ์" เฉพาะผู้ทุจริตสอบนายสิบตำรวจเท่านั้น

รูปข่าว : มติชัด "ตัดสิทธิ์" เฉพาะผู้ทุจริตสอบนายสิบตำรวจเท่านั้น

คณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบฯนายสิบตำรวจ มีมติตัดสิทธิเฉพาะผู้ที่มีส่วนในการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ เตรียมประกาศผู้ผ่านสอบรอบแรก 30 ม.ค. นี้ แต่หากพบผิดภายหลัง พร้อมตัดสิทธิ์ทันที

 วันนี้( 16ม.ค.2560) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) บอกว่าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบข้อมูลการรับสมัคร และคัดเลือกนายสิบตำรวจ มีมติตัดสิทธิเฉพาะผู้ที่มีส่วนในการกระทำผิดเท่านั้น พร้อมดำเนินคดีทั้งขบวนการ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่เทศกิจ ตัวการในการกระทำผิด ผู้รับจ้างเฉลยข้อสอบ และผู้ได้ประโยชน์ หรือผู้ลอกข้อสอบ โดยสั่งการให้กองปราบปราม สืบสวนขุดรากถอนโคนขบวนการทุจริตสอบนี้ เนื่องจากตรวจสอบพบว่า มีการกระทำผิดเชื่อมโยงกันในแต่ละพื้นที่ และอาจมีการกระทำผิดในการสอบส่วนราชการอื่นอีก รวมทั้ง ให้จเรตำรวจ ตรวจสอบผู้คุมสอบนายสิบตำรวจทุกสนามสอบ ว่ามีส่วนปล่อยปละละเลยหรือไม่ แต่เบื้องต้น ยังไม่พบตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7 จะประกาศผลผู้สอบผ่านในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะประกาศผลวันที่ 30 ม.ค.นี้ ซึ่งผู้ที่ผ่านการสอบรอบแรก จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติ และฝึกอบรมต่อไป ยืนยัน ไม่จำเป็นต้องเปิดสอบใหม่ เนื่องจากจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรก มีมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่เปิดรับ และหากมีการตรวจพบว่า ผู้ที่ผ่านการสอบครั้งนี้ มีความผิดในภายหลัง ก็จะตัดสิทธิ์ทันที

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รายงานมติที่ประชุมให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทราบทางวาจาแล้ว ซึ่งเบื้องต้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่มีความเห็นต่าง และจากนี้ก็จะเสนอรายงานเพื่อพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในวันนี้

ด้าน พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะยึดตามผลจากคณะกรรมการพิจารณาผลการตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครและคัดเลือกนายสิบตำรวจ และยืนยันว่า ไม่มีการทุจริตในกองบัญชาการอื่นอีก นอกจาก 3 กองบัญชาการที่ตรวจพบการทุจริต

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า  ไม่มีข้าราช การตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่พบการกระทำผิดชัดเจน และมีการออกหมายจับไปแล้วกว่า 50 ราย ในกระบวนการให้ลอกข้อสอบ ส่วนอีกกว่า 100 รายที่เป็นผู้ลอกข้อสอบ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างตรวจสอบการกระทำผิดในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ 7 โดยขณะนี้ ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่า ตำรวจที่คุมสอบ มีข้อบกพร่องฐานปล่อยปละละเลยหรือไม่

 

 

กลับขึ้นด้านบน