ลูกสาวผู้เสียชีวิตคดี "ครูจอมทรัพย์" เปิดบันทึกยินยอมไม่เอาความคนขับรถ อ้างกลุ่มเพื่อนครูทำขึ้น

ลูกสาวผู้เสียชีวิตคดี "ครูจอมทรัพย์" เปิดบันทึกยินยอมไม่เอาความคนขับรถ อ้างกลุ่มเพื่อนครูทำขึ้น

ลูกสาวผู้เสียชีวิตคดี "ครูจอมทรัพย์" เปิดบันทึกยินยอมไม่เอาความคนขับรถ อ้างกลุ่มเพื่อนครูทำขึ้น

รูปข่าว : ลูกสาวผู้เสียชีวิตคดี "ครูจอมทรัพย์" เปิดบันทึกยินยอมไม่เอาความคนขับรถ อ้างกลุ่มเพื่อนครูทำขึ้น

ลูกสาวผู้เสียชีวิตในเหตุรถชนที่ จ.นครพนม เมื่อปี 2548 เปิดบันทึกข้อความที่อ้างว่ากลุ่มเพื่อนครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตรทำขึ้น มีเนื้อหาว่าญาติผู้เสียชีวิตยินยอมไม่ดำเนินคดีกับคนที่ขับรถชน พร้อมเผยว่านายสับ วาปี นำเงินมาให้ 170,000 บาท หลังศาลมีคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (17 ม.ค.2560) พนักงานสอบสวนเดินทางสอบปากคำนางแพงสี พ่อบำรุง ลูกสาวของนายเหลือ พ่อบำรุง ที่ถูกรถยนต์ชนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ที่บ้านพระซอง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม เพื่อสอบถามว่าเงินที่ได้รับจากคดีแพ่งเป็นเงินของใคร และเคยได้รับเงินจากนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดในคดีดังกล่าวหรือไม่

นางแพงสี เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2556 กลุ่มเพื่อนของนางจอมทรัพย์ได้มาพบที่บ้าน เพื่อนัดจ่ายเงินจำนวน 150,000 บาท พร้อมกับทำหนังสือบันทึกข้อความฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ครอบครัวลงนามยินยอมว่าจะไม่ดำเนินคดีกับนายสับ วาปี ที่กลุ่มเพื่อนครูระบุว่าเป็นคนขับรถชนนายเหลือ โดยบันทึกข้อความเขียนว่า

"เรื่อง บันทึกของฝ่ายผู้ตายไม่ติดใจเอาความดำเนินคดี ในกรณีขับรถชนคนตาย ข้าพเจ้านางแพงสี พ่อบำรุง นายประกิต มาระนอ บุตรเขย นายทรัพย์ทวี พ่อบำรุง น้องชาย ข้าพเจ้าและพวกที่กล่าวนามมานี้ ไม่ขอติดใจเอาความดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้เลิกแล้วต่อกัน และขออโหสิกรรมเลิกแล้วต่อกัน จึงขอให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน หมายเหตุ นัดวันชดเชยเยียวยาผู้เสียหายวันที่ 2 ธ.ค.2556 ที่สภ.เรณูนคร  เป็นเงิน 150,000 บาทถ้วน"

และบันทึกนี้มีผู้ใหญ่บ้านบ้านพระซองลงชื่อเป็นพยาน แต่เมื่อถึงวันนัดจ่ายเงิน คือวันที่ 2 ธ.ค.2556 กลับไม่มีใครนำเงินมาจ่ายตามที่เขียนบันทึกไว้

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2557 ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลย คือ นางจอมทรัพย์จ่ายเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 170,000 บาท ซึ่งนางแพงสีระบุ ในวันเดียวกันนั้น นายสับ วาปี เป็นผู้นำเงินชดเชยมามอบให้ที่ศาลจังหวัดนครพนม

"นายสับถือเงิน 170,000 บาท เข้ามาจ่ายให้ในห้องที่ศาลเลย" นางแพงสีกล่าว

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเพื่อนครูอ้างว่าได้พยายามรวบรวมหลักฐานด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 2556 ทั้งการติดตามหารถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ซึ่งพยานระบุว่าเป็นรถคันที่ก่อเหตุ รวมทั้งการให้นายสับจ่ายเงินให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จนนำไปสู่การยื่นเรื่องเพื่อขอรื้อฟื้นคดี

ทางด้าน พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยเฉพาะประเด็นหลักฐานที่ระบุว่า มีกลุ่มบุคคลพยายามสร้างพยานเท็จเพื่อประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบพบพิรุธหลายอย่าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะทำงาน คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้

"ผมไม่ได้ว่าตำรวจถูกหรือตำรวจผิด แต่อยากขอความเป็นธรรมว่า ในการเสนอข่าวอยากให้พิจารณาให้รอบและครอบคลุมทุกประเด็น ว่าจริงๆ แล้วตำรวจทำถูกต้องไหม เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ได้จบที่ตำรวจ ยังมีขั้นอัยการ การพิจารณาของ 3 ศาล" พล.ต.ท.มนู กล่าว

สำหรับการยื่นเรื่องเพื่อรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ ศาลจังหวัดนครพนมเลื่อนนัดการไต่สวนออกไปเป็นวันที่ 8-10 ก.พ.2560 เนื่องจากฝ่ายผู้ร้องไม่นำพยานบุคคลมาพบผู้พิพากษาเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ตามที่นัดหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.ซึ่งเป็นวันที่นางจอมทรัพย์เดินทางไปศาลจังหวัดนครพนมตามที่ศาลนัดไต่สวนรื้อคดี นางจอมทรัพย์ยังไม่ได้กลับบ้านพักที่บ้านม่วงไข่ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพบว่าบ้านปิดไว้แต่ไม่ได้ล็อคกุญแจ เพื่อนบ้านคาดว่านางจอมทรัพย์ อาจจะเดินทางไปร่วมงานศพญาติที่ จ.กาฬสินธุ์

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน