กรมเจ้าท่า เตรียมหารือ สผ. คัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทำ EIA ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

กรมเจ้าท่า เตรียมหารือ สผ. คัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทำ EIA ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

กรมเจ้าท่า เตรียมหารือ สผ. คัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทำ EIA ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

รูปข่าว : กรมเจ้าท่า เตรียมหารือ สผ. คัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาทำ EIA ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง

กรมเจ้าท่า ระบุลงพื้นที่ทำความเข้าใจกลุ่มรักษ์เชียงของ ยืนยันการศึกษาข้อมูลทางวิชาการ และอีไอเอ จะมีนักวิชาการไทยเข้าร่วมโครงการ พร้อมนัดหารือสผ. เพื่อคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา ทันตามกรอบเวลา 1 ปี

วันนี้(20 ม.ค.2560) นายธนาธิป จันทรภักดี หัวหน้างานควบคุมการจราจร กรมเจ้าท่า ในฐานะคณะทำงานโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ฝ่ายไทย กล่าวถึงความคืบหน้า หลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2559 เห็นชอบให้กรมเจ้าท่า ศึกษาโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ ระยะ 2 เพื่อพัฒนาช่องทางการขนส่งสินค้าทางเรือตามกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง – ล้านช้าง 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลจีนว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาไทย และนักวิชาการไทยเข้ามาร่วมศึกษาและสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะทาง 631 กิโลเมตร โดยวางกรอบงบประมาณจากกองทุนอา เซียนไซน่าฟันด์ราว 20,000 ล้านบาททำการศึกษาในเวลา 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมนี้


“ กรมเจ้าท่าไปให้ข้อมูลกับกลุ่มรักษ์เชียงของ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ชี้แจงกระบวนการเข้ามาศึกษาและสำรวจว่า ในข้อกำหนดระหว่างการหารือ ฝ่ายรัฐบาลไทยเสนอชัดเจนว่า หากจะมีการศึกษาโครงการนี้ บริษัทจีนต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาของไทย และนักวิชาการไทยเข้าร่วมศึกษาโครงการ จากเดิมที่มีเพียงบริษัทเอกชนของจีน ที่อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนริมแม่น้ำโขง” นายธนาธิป กล่าว


นายธนาธิป กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าเตรียมหารือ กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. คัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาของไทยมาเข้าร่วมในการศึกษาและสำรวจโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลจีนยังไม่มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาของไทย มีเพียงการส่งบริษัทเอกชนของจีนที่เข้ามาศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น คาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาในการศึกษาที่กำหนดไว้ 1 ปี


โดยหลังจากนี้ กรมเจ้าท่าจะนำข้อมูลและกรอบการดำเนินงาน ศึกษาและสำรวจโครงการนี้ให้กับกรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี ไปชี้แจ้งกับประเทศท้ายน้ำที่จะมีการประชุมกรอบการเดินเรือแม่น้ำโขงตอนบน ที่จะจัดขึ้นในเดือนมี.ค.นี้

 


สำหรับรูปแบบในการศึกษาการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ นายธนาธิป กล่าวว่า ในการศึกษาและสำรวจการปรับปรุงร่องน้ำ มีหลายวิธีการ ทั้งการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง และการขุดลอกคลอง ซึ่งการเดินเรือขนาดใหญ่ขนาด 500 ตัน ต้องดูเรื่องความกว้าง และความลึกของแม่น้ำโขงประกอบกันด้วย เช่น ความลึกของระดับน้ำ หากจะรองรับเรือหนัก 500 ตัน แม่น้ำต้องลึกประมาณ 2.50 เมตร ส่วนความกว้างของร่องน้ำที่จะใช้เดินเรืออาจจะมากกว่า 40 เมตร และบางจุดที่เป็นช่วงโค้งของแม่น้ำ จะต้องขยายร่องน้ำกว้างมากกว่า 60 เมตร พื้นที่เรือขนาด 500 ตันสวนทางกันได้


“แม่น้ำโขงมีความกว้างเป็น 100 เมตร แต่เป็นจุดที่มีเกาะแก่งจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อการเดินเรือส่งสินค้า ทำให้ในบางช่วงที่สันดอน มีแก่งหินกีดขวาง จำเป็นต้องระเบิดออกไป เพื่อเปิดร่องน้ำให้เรือขนาดใหญ่สามารถแล่นสวนทางกันได้ จะต้องมีการสำรวจตลอดทั้งแนวโครงการ เนื่องจากร่องน้ำในแม่น้ำโขงมีหลายร่องน้ำ แต่ยังไม่ได้มีการออกแบบว่าจะดำเนินการอย่างไร” นายธนาธิปกล่าว

กลับขึ้นด้านบน