ดินถล่มทับเส้นทางใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ตัดขาด 3 หมู่บ้านจากโลกภายนอก

ดินถล่มทับเส้นทางใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ตัดขาด 3 หมู่บ้านจากโลกภายนอก

ดินถล่มทับเส้นทางใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ตัดขาด 3 หมู่บ้านจากโลกภายนอก

รูปข่าว : ดินถล่มทับเส้นทางใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ตัดขาด 3 หมู่บ้านจากโลกภายนอก

เกิดเหตุดินถล่มทับเส้นทางเชื่อม 3 หมู่บ้านใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทันที ส่วนหลายชุมชนติดริมแม่น้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและทางน้ำผ่าน บ้านของชาวบ้าน มัสยิด และโรงเรียนตาดีกา เสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม 3 ครั้งในรอบ 1 เดือน

วันนี้ (22 ม.ค.2560) สภาพของดินที่อุ้มน้ำจำนวนมากได้ไหลปิดทับเส้นทางสายหลักที่เชื่อมไปยัง 3 หมู่บ้านใน ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส บริเวณหมู่ 5 บ้านโนนสมบูรณ์ และหมู่ 7 บ้านต้นทุเรียน ทำให้การสัญจรไปมาถูกตัดขาดทันที ชาวบ้าน 148 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน

เช่นเดียวกับคอสะพานเชื่อมไปยังชุมชนที่หมู่ 8 บ้านวังน้ำเย็น ต.ภูเขาทอง ถูกน้ำกัดเซาะพังเสียหาย ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ไม้ต่อเชื่อม เพื่อเดินทางจากหมู่บ้าน เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปซ่อมแซมถนน และสะพานที่พังเสียหาย นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.สุคิริน คือ ต.ร่มไทร ต.เกียร์ และ ต.สุคิริน ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดดินถล่มและดินสไลด์ได้ตลอดเวลา

ส่วนที่ ต.มะนังตายอ อ.เมืองนราธิวาส มัสยิดแห่งนี้ยังคงจมอยู่ใต้น้ำที่ท่วมสูงระดับเข่า หลังเมื่อ 2 วันก่อน ฝนที่ตกหนัก ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมรอบบริเวณมัสยิด ทำให้ชาวไทยมุสลิมต้องเดินทางละหมาดที่มัสยิดแห่งอื่นในชุมชน เช่นเดียวกับโรงเรียนตาดีกาของมัสยิดวันนี้ยังต้องปิดทำการเรียนการสอนศาสนาให้กับเด็กๆ

เช่นเดียวกับโรงเรียนวัดร่อน ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ น้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อระบายลงสู่คลองตันหยงมัส ได้ไหลผ่านโรงเรียนจนเต็มพื้นที่ ทำให้โรงเรียนต้องปิดเรียนอีกครั้ง แม้ว่าโรงเรียนจะเพิ่งเปิดเรียนได้ไม่นาน จากน้ำที่ท่วมสูงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่วัดและบ้านเรือนของชาวบ้านเกือบ 30 หลัง ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน ชาวบ้านบอกว่า น้ำท่วมมาแล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 30 วัน แต่ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะน้ำมาเร็วและมีปริมาณมาก

ไม่แตกต่างไปจากความยากลำบากของชาว ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส น้ำที่ยังคงท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านยังต้องเดินลุยน้ำ หรือใช้เรือในการสัญจรไปมา เพราะถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด ชาวบ้านบอกว่า ต้องทำใจยอมรับ เนื่องจากทำเลของชุมชนซึ่งเป็นที่ลุ่มและรองรับน้ำ และกังวลว่าหากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมช่วงนี้ อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นไปอีก

ส่วนที่ ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรทั้งการปลูกยางพาราและทำนา แต่น้ำที่ไหลเข้าท่วมต่อเนื่องทำให้พื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านจมอยู่ใต้น้ำ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่บ้านเรือนหลายหลัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มก็ถูกน้ำท่วมขัง เจ้าของบ้านบางคนไม่สามารถกลับไปอาศัยในบ้านของตัวเองได้

 

กลับขึ้นด้านบน