คุมรีสอร์ท-นักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล หวั่นกระทบ "ซากุระเมืองไทย"

คุมรีสอร์ท-นักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล หวั่นกระทบ "ซากุระเมืองไทย"

คุมรีสอร์ท-นักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล หวั่นกระทบ "ซากุระเมืองไทย"

รูปข่าว : คุมรีสอร์ท-นักท่องเที่ยวขึ้นภูลมโล หวั่นกระทบ "ซากุระเมืองไทย"

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จัดระเบียบรีสอร์ท -โฮมสเตย์ ขยายตัวรองรับจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งให้ท้องถิ่นนำนักท่องเที่ยวชมดอกพญาเสือโคร่งบนภูลมโล จ.พิษณุโลก โดยไม่ให้ใช้รถส่วนบุคคล ลดความแออัด

ต้นพญาเสือโคร่ง กว่า 1 แสนต้นบนพื้นที่ 1,200 ไร่ ของภูลมโล ถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งเที่ยวชม "ซากุระเมืองไทย"ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ บนความดูแลของอุทยานแห่งชาติภูหินกล้าจ.พิษณุโลก

ความสวยงามดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ขึ้นมาเที่ยวชม จาก 260,000 คน ในปี 2558 ขยับขึ้นเป็น 300,000 คนในปี 2559 และเพียงช่วงเวลาไม่กี่วันของเดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมความงามถึงวันละ 10,000-15,000 คนคาดว่าคงทำลายสถิติปีที่แล้วได้ในเวลาไม่ช้า

นายสุวรรณ ภาณุนำพา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กล่าวว่า พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ไม่อนุญาตให้มีการสร้างบ้านพักหรืออยู่อาศัย มีเพียงพื้นที่บริเวณบ้านใหม่ร่องกล้า ที่ได้รับการจัดสรรให้เกษตรกรทำกิน ซึ่งอยู่บริเวณทางขึ้นภูลมโล แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามา ทำให้เริ่มมีการสร้างที่พักในรูปแบบต่าง ๆ จึงต้องรีบสกัดปัญหาก่อนลุกลามเช่นที่เกิดขึ้นที่ภูทับเบิก


ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปเที่ยวภูลมโล จะต้องพักที่บ้านพักของอุทยานฯ ซึ่งมีกว่า 40 หลัง และมีพื้นที่กางเต๊นท์ได้ 500-600 หลังต่อคืน แต่ก็ยังไม่เพียงพอรองรับ แต่ปัจจุบันเปิดให้ชุมชนบ้านใหม่ร่องกล้า สามารถสร้างที่พักบริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งแต่ละคนจะได้รับการจัดสรรอยู่แล้ว แต่ให้จำกัดพื้นที่ไม่ไปสร้างรีสอร์ทหรือบ้านพักในเขตที่ดินทำกิน

 


พร้อมดึงคนในชุมชนมาร่วมให้บริการรถพานักท่องเที่ยวขึ้นชมดอกพญาเสือโคร่ง เป็นการจัดระเบียบการนำรถยนต์เข้าพื้นที่ภูลมโล ไม่ให้เกิดปัญหาความแออัด และยังเป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น

นายเฉลิมชัย ลีชานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านใหม่ร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุ โลก ซึ่งอาศัยในพื้นที่นี้ตั้งแต่เกิดระบุว่า มีอาชีพปลูกกระหล่ำบนพื้นที่ที่ได้รับจัดสรร และหารายได้เสริมจากการขับรถพานักท่องเที่ยวขึ้นชมภูลมโล และเปิดโฮมสเตย์ที่บ้านรองรับนักท่องเที่ยว

เขายอมรับว่า การท่องเที่ยวที่ขยายตัว ทำให้มีเพื่อนบ้านบางคนเริ่มที่จะขยายพื้นที่ก่อสร้างรีสอร์ท โฮมสเตย์ บนพื้นที่ทำกิน ซึ่งขัดกับข้อห้ามของอุทยาน แต่ความต้องการรายได้ทำให้มีชาวบ้านบางส่วนกล้าที่จะฝ่าฝืน ซึ่งทางอุทยานและผู้ว่าราชการก็เริ่มมีการเรียกประชุมเพื่อตักเตือนแล้ว แต่ยอมรับว่าห้ามไม่ได้

ส่วน วิไลวรรณ วรางคณากูล นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเดินทางมาบนภูลมโล บอกว่า ในช่วง 1 เดือนที่มาที่นี่ถึง 2 ครั้ง เพราะต้องการมาชมความงามตามธรรมชาติ เธอเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น ทำให้มีความกังวลว่าธรรมชาติจะถูกทำลายไปไม่ต่างจากภูทับเบิก

ฤดูกาลท่องเที่ยวของภูลมโล แม้จะมีช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี ที่ดอกพญาเสือโคร่งทั้ง 4 แปลงจะค่อยๆ ทยอยบานและร่วงโรยไปพร้อมกับสายลมหนาว แต่หากไม่มีการดูแลรักษา ผืนป่าที่เต็มไปด้วยความงดงามแห่งนี้ก็อาจจะคลายมนต์เสน่ห์ลง

 

 

กลับขึ้นด้านบน