การบินไทย ชี้แจง กรณีเครื่องบินจอดทิ้ง – มีหลายปัจจัยที่ยังขายไม่ได้

การบินไทย ชี้แจง กรณีเครื่องบินจอดทิ้ง – มีหลายปัจจัยที่ยังขายไม่ได้

การบินไทย ชี้แจง กรณีเครื่องบินจอดทิ้ง – มีหลายปัจจัยที่ยังขายไม่ได้

รูปข่าว : การบินไทย ชี้แจง กรณีเครื่องบินจอดทิ้ง – มีหลายปัจจัยที่ยังขายไม่ได้

หลังจากกลุ่มธรรมภิบาลยื่นสอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และแอร์บัส เอ 340-600 จอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ทางผู้บริหารการบินไทย ยืนยันว่า บอร์ดอยู่ระหว่างเร่งรัดการขายต่อ ขณะที่สหภาพระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดต้องมีการตรวจสอบ

วันนี้ (26 ม.ค.2560) เครื่องบินแอร์บัสเอ 340-500 และแอร์บัส เอ 340-600 ของการบินไทย ซึ่งเคยทำการบินตรงในเส้นทางกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก และเส้นทางกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลีส ปัจจุบันจอดอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากปี 2551 บอร์ดการบินไทย มีมติให้ยกเลิกเส้นทางบินดังกล่าว และประกาศขายเครื่องบิน แต่ยังไม่สามารถขายได้

ร.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร กล่าวว่า การจัดซื้อเครื่องบินแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการพิจารณาอยู่แล้วขึ้นอยู่กับการสั่งซื้อเครื่องบิน เครื่องยนต์ และกรอบเวลาในการจัดหา

ส่วนที่ไม่สามารถขายเครื่องบินได้ เพราะเครื่องบินของการบินไทยแต่ละลำมีอายุในการใช้งานตั้งแต่ 12 ปี 15 ปี และ 20 ปี ซึ่งต้องหักค่าเสื่อมและต้องประเมินราคากลาง ซึ่งการขายหากได้ราคาต่ำก็ไม่คุ้ม นอกจากนี้ยังมีการขายตามสภาพเครื่องยนต์ และต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาด ซึ่งบอร์ดของการบินไทยพยายามเร่งรัดการขายเครื่องบินเนื่องจากต้องการรายได้

“ประกอบกันหลายอย่าง ขายเพื่อเข้าไปบินต่อหรือขายเพื่อไปถอดขายเป็นอะไหล่ ช่วงหนึ่งเครื่องบินการบินไทยและสายการบินอื่นๆ พบเก้าอี้มีปัญหา ซึ่งเป็นเก้าอี้ของญี่ปุ่น จะต้องรอหมดเวลาใช้งานคือเดือนกรกฎาคม ดังนั้นการขาย คนซื้อเขาก็ต้องดูว่า ซื้อไปแล้วต้องเปลี่ยนเก้าอี้ ไม่งั้นบินไม่ได้” ร.อ.กนก กล่าว

ด้านสหภาพฯการบินไทย ระบุว่า ในเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินทั้ง 2 รุ่นนี้ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจะโดยเจตนาเพื่อที่จะมีผลประโยชน์หรือไม่เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์

“เรื่องการซื้อเครื่องบินผิดพลาดไหม ต้องบอกว่าผิดพลาด ผิดพลาดโดยเจตนาที่จะมีผลประโยชน์หรือไม่ ก็ต้องพิสูจน์ แต่ว่าผลของมันปรากฎออกมาจนวันนี้ว่ าซื้อเครื่องบินมาแล้วใช้ไม่ได้ ไม่คุ้มทุน เป็นเรื่องที่ทำให้การบินไทยต้องรับภาระอยู่ทุกวันนี้ มันก็ต้องมาพิจารณาว่าตอนที่คุณซื้อทั้งๆที่มีการบอกแล้วว่ามันไม่คุ้มทุน แต่ทำไมถึงยังซื้อ น่าจะมีการรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง เพราะมันเป็นภาระผูกพันธ์มาจนถึงวันนี้ การบินไทบขาดทุนมหาศาล” แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ที่ปรึกษา สหภาพฯ การบินไทย กล่าว

สำหรับเครื่องบินแอร์บัสทั้งสองรุ่นนี้ อยู่ในแผนการจัดหาเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 จำนวน 4 ลำ และแอร์บัส เอ 340-600 จำนวน 6 ลำ อยู่ในแผนจัดหาเครื่องบินปี 2545-2547 จำนวน 39 ลำ มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท

กลับขึ้นด้านบน