"พร้อมเพย์" พร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?

"พร้อมเพย์" พร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?

"พร้อมเพย์" พร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?

รูปข่าว : "พร้อมเพย์" พร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?

ปลายปีที่ผ่านมามีคนลงทะเบียนพร้อมเพย์ 18 ล้านคน 38 ล้านบัญชี แล้วยอดการลงทะเบียนก็ลดลง แต่กระแสระบบพร้อมเพย์กลับมาอีกครั้ง หลังจากกรมสรรพากรระบุจะคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์

วันนี้ (27 ม.ค.2560) เป็นวันที่ธนาคารทุกแห่งเริ่มต้นใช้งานพร้อมเพย์อย่างเป็นทางการ ระบบพร้อมเพย์มีจุดเริ่มต้นจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการผลักดันสนับสนุนให้ประชาชนชำระเงินผ่านระบบอิเลกทรอนิกส์ จนมีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบชำระเงินแบบอิเลกทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) โดยมีทั้งหมด 4 โครงการ คือ

1.โครงการระบบชำระเงินแบบนานานาม (Any ID) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาใช้ชื่อพร้อมเพย์ 

2.โครงการขยายการใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนลดการใช้เงินสด โดยจะสนับสนุนร้านค้าติดเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี)ให้มากขึ้น 

3.โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ 

4.โครงการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์

 

 

พร้อมเพย์ คือ บริการโอนเงินและรับเงิน-ทางเลือกใหม่ ซึ่งประชาชนสามารถโอนเงินให้กันได้โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือเลขบัตรประชาชน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐก็สามารถโอนเงินช่วยเหลือของภาครัฐเข้าบัญชีผ่านหมายเลขบัตรประชาชนได้โดยตรง

 

 

การผูกบัญชีพร้อมเพย์ ใช้ได้ทั้งหมายเลขบัตรประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์ สามารถทำได้ตลอดไม่มีกำหนดสิ้นสุดการผูกบัญชี และจะยกเลิกการผูกบัญชีเมื่อไหร่ก็ได้ โดยหลักการง่ายๆ คือ 1หมายเลข ผูกได้ 1 บัญชี แต่ 1 บัญชี ผูกได้สูงสุด 4 หมายเลข

 

 

และช่องทางที่จะสามารถลงทะเบียนผูกบัญชีมีหลายช่องทาง เช่น ATM Internet Banking Mobile Banking และสาขาธนาคาร เช่นเดียวกับการโอนเงิน ที่โอนผ่านช่องทางเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

 

ข้อดีของการลงทะเบียนพร้อมเพย์ คือ ประชาชนมีทางเลือกในการโอนเงิน ที่สำคัญคือ เสียค่าธรรมเนียมน้อยลงมาก ถ้าโอนเงินไม่ว่าจะในเขตหรือนอกเขตต่ำกว่า 5,000บาท จะไม่เสียค่าธรรมเนียมและไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อเดือน แต่ถ้าโอนตั้งแต่ 5,000-30,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาท ถ้าโอนเงิน 30,000-100,000บาท เสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาท แต่ถ้าโอน 100,000 บาท เสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาท

นอกจากนี้ไม่ต้องถือเงินสดมากๆ ลดความเสี่ยงเรื่องถูกปล้น เวลาโอนก็ไม่ต้องจำตัวเลขบัญชี หรือค้นหาตัวเลขบัญชี แต่บอกเลขโทรศัพท์ก็โอนได้เลย

สำหรับประโยชน์ที่ภาครัฐและธนาคารได้รับคือ ช่วยลดต้นทุนบริหารจัดการเงินสด ค่าออกเช็ค ค่าขนส่งเงินสด ค่าพิมพ์ธนบัตร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า การใช้บริการผ่านระบบพร้อมเพย์จะช่วยลดต้นทุนการโอนเงินของประเทศได้ปีละ 180,000 ล้านบาท และยังสามารถโอนเงินผ่านเลขบัตรประชาชนได้ด้วยความรวดเร็ว ลดขั้นตอนอื่นๆ อีกมาก นอกจากนี้ยังสามารถคัดกรองบุคคลที่ต้องการรับสวัสดิการรัฐทั้งที่ไม่มีสิทธิได้อีกทางหนึ่ง

 

 

ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการใช้ระบบพร้อมเพย์ ส่วนใหญ่กังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัว และศักยภาพการดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ว่าระบบจะมีความเสี่ยงที่จะส่งผลถึงเงินในบัญชีประชาชนด้วยหรือไม่ และเมื่อเกิดความเสี่ยงจะบริหารจัดการความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

 

กลับขึ้นด้านบน