องค์กรนานาชาติเรียกร้อง “โดนัลด์ ทรัมพ์” ช่วยเหลือผู้อพยพต่อไป

องค์กรนานาชาติเรียกร้อง “โดนัลด์ ทรัมพ์” ช่วยเหลือผู้อพยพต่อไป

องค์กรนานาชาติเรียกร้อง “โดนัลด์ ทรัมพ์” ช่วยเหลือผู้อพยพต่อไป

รูปข่าว : องค์กรนานาชาติเรียกร้อง “โดนัลด์ ทรัมพ์” ช่วยเหลือผู้อพยพต่อไป

องค์กรนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ เรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้อพยพอย่างเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา หลังผู้นำสหรัฐอเมริกาลงนามคำสั่ง ระงับการเดินทางเข้าประเทศของผู้อพยพจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศ

วันนี้ (28 ม.ค.2560) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาใช้อำนาจฝ่ายบริหารสูงสุด หรือ เอ๊กเซคคิวทีฟ ออเดอร์ ลงนามในคำสั่ง "การปกป้องประเทศจากกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติที่เข้ามาในสหรัฐฯ" โดยสั่งระงับโครงการการตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้อพยพทั้งหมดเป็นเวลาอย่างน้อย 120 วัน และระงับการออกวีซ่าให้พลเมืองจาก 7 ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นเวลา 90 วัน ประกอบไปด้วยอิรัก อิหร่าน ลิเบียโซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน

รวมถึงการห้ามผู้อพยพชาวซีเรียเข้าประเทศ จนกว่านายทรัมพ์จะมั่นใจว่าผู้อพยพเหล่านี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการคัดกรองคนเข้าประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้สหรัฐอเมริกาปลอดภัยจากกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมที่มีแนวคิดสุดโต่ง

คำสั่งดังกล่าว ทำให้สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์ และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ ไอโอเอ็ม ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้นายทรัมพ์ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติที่สหรัฐฯ ทำมายาวนาน คือการต้องรับและดูแลผู้อพยพอย่างเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ประเทศ หรือ ศาสนา

เช่นเดียวกับกลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ที่ประณามนโยบายของทรัมพ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และปล่อยให้ผู้อพยพติดอยู่ในสถานที่อันตราย ซึ่งถือเป็นการทำลายชื่อเสียงประเทศ ที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินที่ต้อนรับผู้อพยพ โดยเฉพาะที่ลิตเติ้ลอาระเบียซึ่งเป็นชุมชนชาวอาหรับในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต่างรู้สึกผิดหวังกับนโยบายของทรัมพ์ และหวังว่าเขาจะทบทวนเรื่องนี้ใหม่

 

กลับขึ้นด้านบน