"คนกวาดถนน" ชีวิตเสี่ยงบนเส้นด้าย

"คนกวาดถนน" ชีวิตเสี่ยงบนเส้นด้าย

"คนกวาดถนน" ชีวิตเสี่ยงบนเส้นด้าย

รูปข่าว : "คนกวาดถนน" ชีวิตเสี่ยงบนเส้นด้าย

เปิดชีวิตพนักงานกวาดถนน อาชีพเสี่ยงที่ต้องแบกรับเพื่อรักษาความสะอาด ครอบครัววอนผู้ขับขี่รถเห็นใจและเคารพกฎจราจร ด้านคนขับรถต้นเหตุเจอ4 ข้อหาหนักเมาแล้วขับ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ครอบครัวทะนันไชย ยังสะเทือนใจ และเสียขวัญกับการจากไปอย่างกะทันหันของนางเถาวัน ทะนันไชย ภรรยาซึ่งเป็นพนักงานกวาดถนนของสำนักงานเขตสายไหม หลังถูกรถยนต์เฉี่ยวชนขณะปฏิบัติหน้าที่ บริเวณหน้าปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 39 ถนนสุขาภิบาล เขตสายไหม เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (29ม.ค.)

นายอันดา ทะนันไชย สามี เล่าว่า ภรรยาปฏิบัติงานกวาดถนนทุกช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00 - 13.00 น. โดยรับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ด้านหน้าตลาดออเงิน ไปจนถึงห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง เป็นระยะทาง 800 เมตร และจะสวมใส่เสื้อกั๊กสีสะท้อนแสง ซึ่งเป็นเครื่องแบบที่สำนักงานเขตติดตัวตลอดเวลา เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็นและความปลอดภัย เพราะเข้าใจดีว่า อาชีพนี้ทำงานอยู่บนความเสี่ยงจากผู้ขับขี่บนท้องถนน

 



ความรู้สึกนี ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงาน ที่เห็นว่าตลอดกว่า 10 ปี ผู้เสียชีวิตเป็นคนตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ และมักเตือนเพื่อนเป็นประจำให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ เพราะหลายคนเคยถูกเฉี่ยวชน จึงต้องการให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเห็นใจและเคารพกฎจราจร

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าได้กำชับให้พนักงานกวาดถนนทุกคน ระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ หากไม่จำเป็นไม่ต้องลงไปกวาดบนผิวจราจร และเลือกปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความสว่าง จากนี้ไป จะหารือแนวทางเพื่อหารือแนวทางความปลอดภัยให้กับพนักงาน และเห็นว่า ไม่เพียงพนักงานที่ต้องระมัดระวัง ผู้ใช้รถใช้ถนน ควรร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

เบื้องต้น สำนักงานเขตสายไหม มอบเงินช่วยเหลือตามสิทธิ์ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้ง ค่าทำศพ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ กทม. เงินช่วยเหลือค่าทำศพของสหกรณ์ออมทรัพย์ /เงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ และเงินอื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้าน 6 แสนบาท

สำหรับกรณีพนักงานกวาดถนนของสำนักงานเขตสายไหม เป็นกรณีที่ 2 ที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิต ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการถูกเฉี่ยวชนจากผู้ใช้รถใช้ถนนจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-5 คน

 

 

 สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น นายวีระศักดิ์ ดิตะเถโร พนักงานบริษัทขนส่งสินค้า ได้ขับรถคันก่อเหตุ ไปพบตำรวจนครบาลคันนายาว พร้อมการเข้ามอบตัวในคดีขับรถชนนางเถาวัน เสียชีวิต ที่ปากซอยสุขาภิบาล 5 เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายวีระศักดิ์ ยอมรับว่าขับรถขณะมึนเมา ในวันเกิดเหตุรู้เพียงว่าขับรถชนและไม่ได้หยุดรถลงมาดู จนมาทราบภายหลังว่าชนคนเสียชีวิตจึงเข้ามอบตัว

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ที่เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีนายวีระศักดิ์ 4 ข้อหา ประกอบด้วยเมาแล้วขับ ขับรถด้วยความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ

ส่วนการประกันตัว พนักงานสอบสวนระบุว่า กรณีนี้ ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวด้วยตัวเอง ประกอบกับรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา อาจพิจารณาให้กลับบ้านโดยไม่ต้องยื่นประกันตัว และทำนัดพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมาย

 




กลับขึ้นด้านบน