ศาลสั่งเพิกถอน มติ ส.ป.ก.ให้เอกชนเช่าที่ดิน 39 ไร่สร้างกังหันลม

ศาลสั่งเพิกถอน มติ ส.ป.ก.ให้เอกชนเช่าที่ดิน 39 ไร่สร้างกังหันลม

ศาลสั่งเพิกถอน มติ ส.ป.ก.ให้เอกชนเช่าที่ดิน 39 ไร่สร้างกังหันลม

รูปข่าว : ศาลสั่งเพิกถอน มติ ส.ป.ก.ให้เอกชนเช่าที่ดิน 39 ไร่สร้างกังหันลม

ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้เพิกถอน มติส.ป.ก.ชัยภูมิ อนุญาตให้เอกชนเช่าพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี จำนวน 39 ไร่ สร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ชี้เป็นคดีตัวอย่างที่รัฐต้องใช้เป็นบทเรียนในการอนุญาตการใช้พื้นที่ กระทบต่อชุมชน

กรณีที่ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นจังหวัดนครราชสีมา ให้เพิกถอนมติของส.ป.ก.จังหวัดชัยภูมิ ที่กำหนดให้นำพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี ไปให้เอกชนเช่า เพื่อสร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า


วันนี้(2ก.พ.2560) ไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าพื้นที่บริเวณที่มีการฟ้องร้อง ส่วนใหญ่ยังไม่มีการก่อสร้าง ขณะที่บริเวณใกล้เคียงมีบริษัทเข้าไปเช่าที่ดินของเอกชนและชาวบ้านที่มีเอกสารสิทธิ์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างแล้ว

พื้นที่หลายร้อยไร่ในเขต อ.เทพสถิต และอ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ เป็นที่ตั้งของโครงการสร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าของเอกชน จำนวน 13 บริษัท โดยหนึ่งในนี้คือ โครงการของ บริษัทเทพสถิตวินด์ฟาร์มในเขตตำบลบ้านไร่ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นจังหวัดนครราชสีมา ให้เพิกถอนมติของ ส.ป.ก.จังหวัดชัยภูมิ ที่กำหนดให้นำพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินและเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี มาให้เอกชนเช่า เนื้อที่ 39 ไร่

 


โดยชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า บริเวณที่มีการฟ้องร้องส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีการก่อสร้างกังหันลม และบางส่วนมีลักษณะเป็นป่าดิบแล้ง แตกต่างจากพื้นที่โดยรอบที่มีการก่อสร้าง และผลิตกระแสไฟฟ้าส่งจำหน่ายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการเช่าที่ดินของเอกชน และของชาวบ้านซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ และบางส่วนได้ทำสัญญาเช่าที่จากส.ป.ก.จังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีการฟ้องร้องดำเนินคดี และมองว่าการมีกังหันลมช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ แต่ก็มีผลกระทบด้านเสียงเล็กน้อย

คดีการนำที่ ส.ป.ก. มาให้เอกชนเช่าเพื่อทำโครงการกังหันลม เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 โดย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ได้ร้องเรียนต่อสมาคมนักกฎหมายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะร่วมยื่นฟ้องเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชัยภูมิ และบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด

 

นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด นายกสมาคมนักกฎหมายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ระบุว่า การต่อสู้ในชั้นศาล ทนายได้เน้นชี้ให้เห็นว่า ทางบริษัท ไม่มีการขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง

นายกสมาคมนักกฎหมายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมยังระบุอีกว่า กรณีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างที่ทำให้ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐต้องทบทวนแนวทางปฏิบัติในการให้เอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่แม้จะมีข้อยกเว้นว่าเป็นกิจการที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าก่อให้เกิดผลดีต่อประชาชนในพื้นที่ และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

กลับขึ้นด้านบน