สื่อสังคมออนไลน์ลาววิจารณ์การจับกุม "ไซซะนะ" เชื่ออาจได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมือง

สื่อสังคมออนไลน์ลาววิจารณ์การจับกุม "ไซซะนะ" เชื่ออาจได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมือง

สื่อสังคมออนไลน์ลาววิจารณ์การจับกุม "ไซซะนะ" เชื่ออาจได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมือง

รูปข่าว : สื่อสังคมออนไลน์ลาววิจารณ์การจับกุม "ไซซะนะ" เชื่ออาจได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมือง

สื่อสังคมออนไลน์ลาววิจารณ์การจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ระดับอาเซียนที่มีสัญชาติลาว โดยเชื่อว่านายไซซะนะอาจได้รับการปกป้องจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเมืองภายในประเทศ หลังสนิทสนมกับคนระดับสูงและหนึ่งในนั้นคือครอบครัวของอดีตนายกรัฐมนตรีลาว

วันนี้ (2 ก.พ.2560) สำนักข่าวเรดิโอ ฟรี เอเชีย รายงานว่า นางสมมาลี ทำมะวง ลูกสะใภ้ของนายทองสิง ทำมะวง อดีตนายกรัฐมนตรีลาว ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า นางสมมาลี รู้จักกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ชาวลาว ที่ถูกทางการไทยจับกุมตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายคู่ของทั้ง 2 คน โดยนางสมมาลี ระบุว่า ตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนายไซซะนะ และไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว

ขณะที่สำนักข่าวดังกล่าวได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าหากนางสมมาลีไม่รู้จักสนิทสนมกับนายไซซะนะแล้ว จะยอมถ่ายรูปคู่ด้วยกันจริงหรือ พร้อมทั้งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ว่า นายไซซะนะ เป็นเพื่อนสนิทกับนางสมมาลี

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของชาวลาวจำนวนมากที่มองว่า นายไซซะนะ ได้รับการปกป้องจากกลุ่มผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองภายในประเทศ และผู้บังคับใช้กฎหมายในลาวเองก็อ่อนแอ ซึ่งนอกจากภาพถ่ายดังกล่าวแล้ว นายไซซะนะ ยังเคยถ่ายภาพคู่กับผู้ที่มีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูงของลาว รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของบรรดาชนชั้นนำจากหลายแวดวงในประเทศอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ชาวลาวจำนวนมากออกมาตั้งคำถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เพราะเหตุใดตำรวจไทยจึงเป็นผู้จับกุมนายไซซะนะ แทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ลาวที่ทำหน้าที่นี้ แม้ว่าทางการไทยจะระบุว่าได้รับความร่วมมือจากทางการลาว ก่อนที่จะบุกเข้ารวบตัวนายไซซะนะได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเดือนที่แล้วก็ตาม

ด้านสื่อท้องถิ่นในมาเลเซีย รายงานว่า การจับกุมตัวนายไซซะนะ มีส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจำนวนมาก ที่จะช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายค้ายาเสพติดภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มากขึ้น

 

 

กลับขึ้นด้านบน