ชาวบ้านรอบบ่อขยะนครศรีฯ ร้องตรวจผลกระทบสุขภาพ

ชาวบ้านรอบบ่อขยะนครศรีฯ ร้องตรวจผลกระทบสุขภาพ

ชาวบ้านรอบบ่อขยะนครศรีฯ ร้องตรวจผลกระทบสุขภาพ

รูปข่าว : ชาวบ้านรอบบ่อขยะนครศรีฯ ร้องตรวจผลกระทบสุขภาพ

รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ส่งทีมแพทย์ลงพื้นที่ชุมชนรอบบ่อขยะ หลังพบชาวบ้านป่วยโรคผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ด้านชาวบ้านจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสารตกค้างสะสมในตัวคนและอาหาร ขณะที่ ม.วลัยลักษณ์ เตรียมสรุปผลตรวจคุณภาพน้ำ 8 ก.พ.นี้

วันนี้ (6 ก.พ.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมแพทย์โรคผิวหนังและระบบทางเดินหายใจจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เตรียมลงพื้นที่บ้านปลายท่า บ้านห้วยน้ำเย็น ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสุขภาพประชาชนเพราะเป็นหนึ่งในชุมชนที่น้ำเสียจากบ่อขยะเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ไหลลงสู่พื้นที่ และหลังพ้นช่วงน้ำท่วมก็มีผู้ป่วยทั้งโรคผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ

นางประจวบ โพธิธาราม ชาวบ้านห้วยน้ำเย็น ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ต้องทิ้งที่นากว่า 30 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงนา 1 ใน 6,000 ไร่ ในต.นาทราย ที่ถูกทิ้งให้รกร้างมานานกว่า 10 ปี เพราะน้ำเสียจากบ่อขยะขนาดใหญ่ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สุดท้ายจากเคยเป็นคนทำนาขายข้าว ต้องกลายเป็นคนที่ต้องหาเงินมาซื้อข้าวกิน

 

 

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าว ที่ ต.นาทราย พบว่าก่อนนอนชาวบ้านบางส่วนต้องกินยาแก้ปวด เพื่อลดไข้และอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่าง นางอารีย์ ธรรมโชติ เชื่อว่าอาการป่วยดังกล่าวเป็นผลจากบ่อขยะทุ่งท่าลาดที่มีขยะตกค้างกว่าล้านตัน นอกจากนี้ สวนยางพารากว่า 6 ไร่ อยู่ติดกับที่นาซึ่งรับน้ำที่ไหลบ่ามาจากกองขยะทำให้น้ำท่วมขังในสวนยางมีกลิ่นและสีขุ่น และเมื่อสัมผัสก็รู้สึกถึงความผิดปกติได้ทันทีหลังจากนั้นเธอก็เริ่มไม่สบาย

นางพรรษพร อินทร์ทองปาน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านปลายท่า ต.นาทราย จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า ช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด มีประชาชนป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและโรคผิวหนังเพิ่มขึ้น ชาวบ้านบางส่วนระบุสาเหตุของอาการคันเกิดขึ้นหลังสัมผัสแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่บ่อขยะ

 

 

ขณะที่ ผศ.วาริท เจาะจิตต์ คณบดีสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระบุว่า ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำครั้งที่ 2 จากการเก็บตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำชุมชนรอบๆบ่อขยะจะทราบผลตรวจในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยระหว่างนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังการลงน้ำในพื้นที่เสี่ยง เพราะแม้ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในครั้งแรกช่วงต้นเดือน ม.ค. จะไม่พบปริมาณสารโลหะหนัก เช่น แคดเมียม ตะกั่ว ปนเปื้อนในน้ำสูงเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากเก็บตัวอย่างน้ำในช่วงน้ำท่วม ซึ่งสารเคมีมีความเจือจาง แต่สารเคมีเหล่านั้นจะสะสมในดินและสัตว์น้ำ

ทั้งนี้ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชนรอบพื้นที่บ่อขยะจึงมีข้อเรียกร้องจากชาวบ้านตำบลนาทรายที่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเก็บตัวอย่างเลือดประชาชนไปตรวจว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนในร่างกายหรือไม่

 

 

นพ.บัญชา ค้าของ สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า ขณะนี้ได้ประสานให้หน่วยงานในพื้นที่ รพ.สต.และ อสม.ทำการคัดกรองผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.นาเคียน นาทราย ท่างิ้ว ปากพูน และชุมชนถนนอ้อมค่าย เบื้องต้นยังไม่พบโรคร้ายแรงไม่ว่าจะเป็นพวกสารพิษหรือโลหะหนัก แต่พบว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านมีอาการผื่นคันจากการที่ไปแช่น้ำในช่วงอุทกภัย และยังพบว่าผู้เป็นโรคภูมิแพ้มีอาการหนักขึ้น

อย่างไรก็ตาม สธ.ได้ดำเนินการสุ่มตรวจน้ำและประเมินว่าปริมาณสารโลหะหนักใดบ้างที่สูงเกินค่าปกติหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบไปแล้วกว่า 10 จุด สำหรับการสุ่มตรวจเลือดให้กับชาวบ้านว่ามีใครที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีสารเหล่านี้สะสมอยู่ในร่างกายหรือไม่นั้นต้องรอผลการตรวจน้ำที่ปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมจากทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก่อน

 

 

กลับขึ้นด้านบน