"ไผ่ วันพอยท์" เข้าให้ข้อมูล ตร.ปส. แนะนำรถหรูให้บอย – ไม่รู้จัก "เบนซ์ เรซซิ่ง"

"ไผ่ วันพอยท์" เข้าให้ข้อมูล ตร.ปส. แนะนำรถหรูให้บอย – ไม่รู้จัก "เบนซ์ เรซซิ่ง"

"ไผ่ วันพอยท์" เข้าให้ข้อมูล ตร.ปส. แนะนำรถหรูให้บอย – ไม่รู้จัก "เบนซ์ เรซซิ่ง"

รูปข่าว : "ไผ่ วันพอยท์" เข้าให้ข้อมูล ตร.ปส. แนะนำรถหรูให้บอย – ไม่รู้จัก "เบนซ์ เรซซิ่ง"

ไผ่ วันพอยท์ เข้าให้ข้อมูลพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังมีข้อมูลเชื่อมโยงการซื้อขายรถยนต์ยี่ห้อลัมโบกินี่ของ "เบนซ์ เรซซิ่ง"

วันนี้ (7 ก.พ.2560)นายไผ่ ลิกค์ หรือ ไผ่ วันพอยท์ บุตรชายอดีตนักการเมือง เปิดเผยว่า ตำรวจประสานมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยี่ห้อลัมโบกินี่ สีเทาดำ ทะเบียน กจ 51 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกอายัดไว้ตรวจสอบ หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถยนต์คันนี้ พร้อมยอมรับว่านายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ได้ติดต่อผ่านเพื่อนของตัวเองว่าอยากได้รถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว จึงแนะนำเต้นท์รถย่านถนนพระราม 3

ทั้งนี้ ตัวเองมีความรู้เรื่องรถยนต์หรูทำให้รู้จักกับนายณัฐพล จึงพาไปซื้อ ซึ่งวางเงินดาวน์ประมาณ 5-6 ล้านบาท จากราคารถที่ 14 ล้านบาท แต่ไม่ทราบว่า นายณัฐพลนำรถยนต์คันนี้ ไปให้ใครอีกหรือไม่ และไม่รู้จักกับนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง

" เบนซ์กับบอย ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เราทำเกี่ยวกับขายรถอยู่แล้ว เมื่อเขามาถามว่าหารถคันนี้ได้มั้ย แต่ก็ไม่ใช่คันแรก เพราะหามา 2-3 คันแล้ว และเขาก็มาซื้อคันนี้ อาจจะเป็นคนแนะนำมากกว่าว่าไปดึงรถจากเจ้าของ เพราะเจ้าของก็เชื่อในเครดิตเรา" ไผ่ กล่าว

แม้ว่าชื่อผู้ครอบครองรถแลมโบกินีจะเป็นนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง แต่ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า การสอบสวนนายณัฐพล ให้ข้อมูลว่ารถคันนี้เป็นของตัวเอง แต่ใช้ชื่อของนายอัครกิตติ์ เป็นผู้ครอบครองแทน เนื่องจากตัวเองมีหมายจับไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้

"ตอนนี้ทางฝ่ายสอบสวนพยายามมุ่งเน้นไปยังความสัมพันธ์ของเบนซ์กับบอย โดยเฉพาะประเด็นรถลัมโบกีนี่ ว่าตกลงรถคันนี้เป็นของใครกันแน่ นายเบนซ์ให้การว่าเป้ฯรถของตัวเองแต่ใช้เงงินของนายบอยไปซื้อ หรือว่าเป็นรถของนายบอย แต่ว่าต้องการใช้ แต่รู้ว่าตัวเองมีหมายจับ ก็เลยไปใช้ชื่อของผู้อื่น" พล.ต.ต.ชาตรี กล่าว 

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้พบรถยนต์หรูอีกกว่า 20 คัน ที่เตรียมจะให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงการครอบครอง และเชื่อว่าจะสามารถขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการของการนายไซซะนะ แก้วพิมพาได้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายนี้ในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก รวมถึงในประเทศที่สามทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มจำนวนมาก

"มันมีเยอะในหลายจุดที่เราเจอแล้ว เราเจอเยอะมากเลย เราเจอรถหรูประมาณ 20 คันแล้ว รถลัมโบกีนี นี่เด็กๆไม่ใช่ตัวท็อปราคา 20 ล้าน ถามว่าอยู่ไหนก็ไม่ตอบ อย่านึกว่าคนเล่นรถเขาไม่รู้นะ เห็นท้ายรถก็รู้เลยว่าไม่ใช่ตัวท็อป" พล.ต.ท.สมหมาย กล่าว 

สำหรับการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าของทะเบียน กจ 51 กรุงเทพมหานคร ที่ตรงกับรถแลมโบกินี่ ที่ยึดไว้ตรวจสอบมาชี้แจง นอกจากนี้ยังมีเจ้าของเต้นท์รถยนต์หรูย่านถนนพระราม 3 มาให้ข้อมูลด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน