ศาลนครพนมไต่สวนรื้อคดีครู "จอมทรัพย์" วันที่ 2 - อัยการเบิกพยาน 14 ปาก

ศาลนครพนมไต่สวนรื้อคดีครู "จอมทรัพย์" วันที่ 2 - อัยการเบิกพยาน 14 ปาก

ศาลนครพนมไต่สวนรื้อคดีครู "จอมทรัพย์" วันที่ 2 - อัยการเบิกพยาน 14 ปาก

รูปข่าว : ศาลนครพนมไต่สวนรื้อคดีครู "จอมทรัพย์" วันที่ 2 - อัยการเบิกพยาน 14 ปาก

ศาลจังหวัดนครพนมไต่สวนรื้อคดีครู "จอมทรัพย์" วันที่ 2 ทนายคู่จอมทรัพย์เน้นต่อสู้โดยโต้แย้งว่านางจอมทรัพย์ไม่ใช่ผู้กระทำผิดไม่ใช่การหาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ

วันนี้ (9 ก.พ.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศา ชาตรี ทนายความฝ่ายผู้ร้อง พร้อมด้วย นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และพยานอีก 3 ปาก คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ผู้ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์รถกระบะชนคนเสียชีวิต และนายทักษิณ ไขสีดา ซึ่งเป็นพยานคนใหม่ซึ่งอ้างว่า เป็นเจ้าของบ้านที่สามีของนางจอมทรัพย์ ขับรถไปชนรั้วลวดหนามจนทำให้แก้มรถด้านซ้ายมีรอยขูด ขึ้นเบิกความในชั้นศาล หลังจากที่เมื่อวานนี้ พนักงานอัยการสืบพยานฝ่ายผู้ร้องได้เพียง 6 ปาก โดยใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมง

ทนายความฝ่ายผู้ร้อง ระบุว่า ยังคงมั่นใจในพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน บค 56 สกลนคร ที่ไม่พบร่องรอยการขีดข่วน ส่วนพยานบุคคลที่จะให้การในชั้นศาลวันนี้ ยังคงยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุเห็นรถกระบะมีหลังคาเป็นรถยนต์คันก่อเหตุ และเป็นผู้ชายลงมาจากรถมาดู ก่อนจะขับรถหลบหนีไป

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณาการรื้อฟื้นคดีใหม่ เนื่องจากทางฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า มีหลักฐานใหม่ ทั้งการตรวจสอบสภาพรถและสามารถติดตามตัว นายสับ วาปี ซึ่งรับว่าเป็นคนขับรถตัวจริง แต่ปรากฎว่าในชั้นสืบพยานการรื้อฟื้นคดี ไม่มีการนำตัวนายสับ มาขึ้นเบิกความ ซึ่งทนายความฝ่ายผู้ร้องชี้แจงว่า จะเน้นโต้แย้งในประเด็นที่ นางจอมทรัพย์ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุไม่ใช่หาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ ฝ่ายอัยการซึ่งเป็นผู้ร้องคัดค้านการรื้อฟื้นคดี จะขึ้นเบิกความในชั้นศาล เบื้องต้นได้นำรายชื่อขึ้นเบิกความ 14 ปาก โดยจะโต้แย้งในประเด็นที่ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า นายสับ รับว่าเป็นคนขับรถกระบะ บค 56 มุกดาหารชนคนเสียชีวิต แต่ตำรวจมีหลักฐานว่า ณ ขณะนั้น นายอุบล ไชยบัน เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว โดยมีหลักฐานการต่อ พ.ร.บ.และประกันภัยรถ กับบริษัท วิริยะประกันภัย ขณะเดียวกัน อัยการก็จะซักค้านกรณีที่ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา มาเป็นพยานฝ่ายผู้ร้อง ทั้งที่ในชั้นพนักงานสอบสวน นางทองเรศ ไม่ได้เข้าให้ปากคำ ซึ่งตำรวจยังคงเชื่อมั่นว่า การรื้อฟื้นคดีมีการทำเป็นขบวนการ

 

กลับขึ้นด้านบน