"เสริฐ รูปสะอาด" ยอมรับถูกว่าจ้าง 2 แสนบาทรับเป็นคนขับรถกระบะ

"เสริฐ รูปสะอาด" ยอมรับถูกว่าจ้าง 2 แสนบาทรับเป็นคนขับรถกระบะ

"เสริฐ รูปสะอาด" ยอมรับถูกว่าจ้าง 2 แสนบาทรับเป็นคนขับรถกระบะ

รูปข่าว : "เสริฐ รูปสะอาด" ยอมรับถูกว่าจ้าง 2 แสนบาทรับเป็นคนขับรถกระบะ

"เสริฐ รูปสะอาด" ยอมรับถูกว่าจ้าง 2 แสนบาทรับเป็นคนขับรถกระบะ บค.56

วันนี้ (10 ก.พ.2560) ศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานต่อเป็นวันที่ 3 ในคดีที่นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ขอให้รื้อฟื้นคดีขับรถชนคนเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2548 และตัวเองได้รับโทษไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้อัยการยังคงนัดสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอีกเหลืออีกส่วนหนึ่ง รวมทั้งพยานหลักฐานที่อีก 22 รายการ

ซึ่งการเริ่มสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านของศาลมีขึ้นในช่วงบ่าย หลังจากได้สืบพยานฝ่ายผู้ร้องเสร็จแล้ว โดยฝ่ายอัยการได้เบิกตัวพยานคนสำคัญที่อ้างว่า เคยได้รับการติดต่อจากกลุ่มเพื่อนครูให้มารับว่าป็นขับรถกระบะ บค 56 มุกดาหาร เป็นเงิน 200,000 บาท เมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) เป็นครั้งแรกที่ นายเสริฐ รูปสะอาด ปรากฎตัวต่อศาลจังหวัดนครพนม ในฐานะพยานฝ่ายผู้ร้องคัดค้าน หลังก่อนหน้านี้เคยปรากฎรายชื่อ นายเสริฐ รับว่าเป็นคนขับรถชนคนตายตัวจริงไม่ใช่นางจอมทรัพย์

นายเสริฐ ยอมรับว่า เคยได้รับการติดต่อจาก นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง ว่าให้รับเป็นคนขับรถกระบะ บค 56 มุกดาหาร พร้อมกับเสนอให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 200,000 บาท แต่เกรงว่าจะต้องติดคุกจึงได้ปฏิเสธไป พร้อมกับยืนยันไม่เคยรู้จักครูจอมมรัพย์เป็นการส่วนตัว

นายเสริฐ เป็น 1 ใน 9 พยานของฝ่ายผู้ร้องคัดค้าน ที่พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม นำสืบพยานในวันนี้ นอกจากนี้ ยังมี นายลัน โทนแก้ว ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อรถต่อจากนายสับ วาปี เมื่อปี 2546 ในปีถัดมา นายลัน ได้ขายรถให้กับ นายอุบล ไชยบัน ซึ่งมีหลักฐานการต่อ พ.ร.บ.รถกระบะเมื่อปี 2548 ประเด็นนี้จึงขัดแย้งกับการรวบรวมพยานหลักฐานของฝ่ายผู้ร้อง ที่เคยออกมา ระบุว่า นายสับ เป็นคนขับรถกระบะ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร และอ้างว่าเป็นรถที่ชนคนเสียชีวิต

ขณะที่ในช่วงเช้า ศาลได้สืบพยานของผู้ร้องที่เหลืออยู่ โดยพยานปากสำคัญคือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ 1 ใน 9 ของพยานฝ่ายผู้ร้อง โดยนางทัศนีย์ ยังคงยืนยันต่อพนักงานอัยการศาลจังหวัดนครพนมว่า เห็นรถกระบะมีหลังคา เป็นรถคันก่อเหตุในวันที่ 11 มี.ค.2548 และเธอบอกว่า เห็นผู้ชายลงจากรถลงมาดูผู้ตาย ก่อนจะหลบหนีไป

แต่ประเด็นนี้ พนักงานอัยการได้ซักค้านเพราะยังมีประเด็นสงสัย เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน นางทัศนีย์ ไม่เคยบอกว่า เห็นคนขับเป็นผู้ชายและรถมีหลังคา และตลอดเวลาที่นางทัศนีย์ให้ปากคำ ไม่เคยกล่าวถึง นางทองเรศ วงศ์ปรีชา เพื่อนที่นั่งซ้อนท้่ายรถจักรยานยนต์แม้แต่สักครั้งเดียว โดยเพิ่งปรากฎชื่อนางทองเรศในวันที่ 12 ก.พ.2557 หลังเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 10 ปี

การสืบพยานฝ่ายผู้ร้องเมื่อวานนี้เป็นการสืบพยานบุคคลเป็นหลัก หลังจากวันแรกของการไต่สวนพยานมีการนำผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รถกระบะ ทะเบียน บค 56  มุกดาหาร ขึ้นเบิกความต่อศาล ซึ่งระบุว่าไม่พบรอยบุบ หรือร่องรอยเฉี่ยวชนบริเวณแผ่นป้ายทะเบียนและภายหลังการเบิกความพยานฝ่ายผู้ร้องครบทั้ง 9 ปาก นางจอมทรัพย์ ระบุว่า ยังคงเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมกับการรื้อฟื้นคดีครั้งนี้

ทั้งนี้หลังจากศาลจังหวัดนครพนมสืบพยานเสร็จทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้วก็จะทำความเห็นในคดีพร้อมสำนวนการสืบพยานส่งไปยังศาลฎีกา ซึ่งศาลฏีกาก็จะใช้เวลาระยะหนึ่งตรวจพิจารณาทำคำวินิจฉัยว่า ครูจอมทรัพย์ไม่ได้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลฏีกา หรือ ครูจอมทรัพย์กระทำความผิด เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ได้วินิจฉัยแล้วซึ่งเมื่อศาลมีความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะส่งคำวินิจฉัยนั้นกลับมาที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่อให้นัดคู่ความมาฟังคำวินิจฉัย ซึ่งการตัดสินของศาลฎีกาในครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน ถือว่า การรื้อฟื้นคดีใหม่ของคดีนี้เป็นอันสิ้นสุด

 

กลับขึ้นด้านบน