เดินหน้าเปิดเวทีพรรคการเมือง-ท้องถิ่น สร้างปรองดอง

เดินหน้าเปิดเวทีพรรคการเมือง-ท้องถิ่น สร้างปรองดอง

เดินหน้าเปิดเวทีพรรคการเมือง-ท้องถิ่น สร้างปรองดอง

รูปข่าว : เดินหน้าเปิดเวทีพรรคการเมือง-ท้องถิ่น สร้างปรองดอง

อนุกรรมการเตรียมการรับฟังความคิดเห็นในคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง จะประเดิมเปิดเวทีหารือพรรคการเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ตามแนวทางการสร้างความปรองดอง ซึ่งจะเป็นการเปิดเวทีคู่ขนานไปกับ ศปป.ในการรับฟังความเห็นทั่วประเทศ

วันนี้ (12 ก.พ.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งสู่การปฏิรูปที่ประเดิมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ใน จ.กาญจนบุรี ถือเป็นเวทีประเดิมเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางการสร้างความปรองดอง ซึ่งจะกระจายไปทั่วประเทศ

พล.ท.ณัฐ อินทรเจริญ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เปิดเผยว่า หัวข้อหลักในการพูดคุย คือการระดมความเห็นเพื่อร่วมกันพัฒนาการเมืองในอนาคต และการทำตัวให้เป็นข้าราชการที่ดี โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านใน 11 ตำบล กว่า 40 คนเข้าร่วม กิจกรรมนี้จะทำให้เกิดความรักความสามัคคี โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นองค์กรสำคัญที่จะช่วยชี้ชะตาบ้านเมือง และนำแนวทางการสร้างความปรองดองไปถ่ายทอดถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

สำหรับกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งสู่การปฏิรูปจะทำคู่ขนานไปกับเวทีรับฟังความคิดเห็นพรรคการเมือง ซึ่งจะเริ่มครั้งแรกวันที่ 14 ก.พ.นี้ โดยคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งมี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในกรอบการทำงานของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อสรุปเป็นข้อเสนอสัญญาประชาคมต่อไป

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ในฐานะคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการ ป.ย.ป.กล่าวว่า จะทยอยเชิญพรรคการเมืองมาหารือ โดยเรียงลำดับตามตัวอักษร และเปิดรับฟังความคิดเห็นในคำถามชุดเดียวกัน เช่นเดียวกับในระดับภูมิภาค ซึ่งจะดำเนินการโดยแม่ทัพภาค, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ผู้บังคับการตำรวจระดับภาคและระดับจังหวัด ก่อนสรุปผลภายใน 3 เดือน เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ป.ย.ป. แต่หากไม่แล้วเสร็จ อาจต้องขอขยายเวลาออกไป

ส่วนการหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นทุกพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงพรรคเล็กด้วย แล้วจึงมีขั้นตอนการหารือร่วมกันในขั้นตอน หลังจากนั้น ส่วนการดำเนินการสร้างความปรองดองของ สนช.ที่เคยศึกษาโดยคณะกรรมาธิการด้านการเมือง เกี่ยวกับร่างกฎหมายอำนวยความยุติธรรมทางอาญาเกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ขณะนี้ยังเป็นเพียงหลักการ ไม่ได้จัดทำร่างกฎหมายหรือสรุปข้อเสนอแนะ แต่จะมีการศึกษาคู่ขนานไปกับการทำงานของคณะกรรมการ ป.ย.ป.

 

 

กลับขึ้นด้านบน