“อดีตศิษย์วัดธรรมกาย” ประเมินสถานการณ์ค้นวัดรอบ 3 ไม่มีมวยล้ม

“อดีตศิษย์วัดธรรมกาย” ประเมินสถานการณ์ค้นวัดรอบ 3 ไม่มีมวยล้ม

“อดีตศิษย์วัดธรรมกาย” ประเมินสถานการณ์ค้นวัดรอบ 3 ไม่มีมวยล้ม

รูปข่าว : “อดีตศิษย์วัดธรรมกาย” ประเมินสถานการณ์ค้นวัดรอบ 3 ไม่มีมวยล้ม

นพ.มโน เลาหวริช อดีตศิษย์พระธรรมกาย เชื่อมือดีเอสไอ ปิดเกมไล่จับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกายสำเร็จ ชี้จุดพลิกสำคัญมาจากการสถาปนาพระสังฆราชพระองค์ใหม่ เงื่อนตายลูกศิษย์ยอมมอบตัว

วันนี้ (16 ก.พ.2560) นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย วิเคราะห์ปฎิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ผ่านทางรายการจับตาสถานการณ์ของสถานีไทยพีบีเอส ว่าการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีคิดว่าจะเป็นมวยล้ม และขอชื่นชมชมทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่ารอบนี้ทำการบ้านดี มีการสับขาหลอกจนกองพันแก้วกายสิทธิ์ ที่เคยระดมพลมาหลายครั้ง จากหลักพัน จนเหลือหลักร้อยคนมาเป็นโล่มนุษย์ โดยเชื่อว่าปฏิบัติการยึดและค้นวัดรอบนี้น่าจะจบได้ภายในวันนี้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้สุกงอมอย่างมาก

โดยมองว่าจุดพลิกสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ทำให้มีความชัดเจนแล้วว่าต่อไปวัดพระธรรมกาย จะไม่มีโล่กำบังแล้ว เพราะสมเด็จช่วง ที่เคยเตะถ่วงมาตลอดจนใครทำอะไรไม่ได้

 


นพ.มโน ระบุว่า การเปิดพื้นที่บริเวณประตู 8 เป็นจุดหัวใจสำคัญของวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นจุดที่เจาะน้ำบาดาลเถื่อน และอาคารสถานที่ต่างๆ ไม่เคยมีการส่งแบบก่อสร้างให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยึดพื้นที่จากประตูเข้าไปยังกลุ่มอาคารต่างๆ และสามารถตัดน้ำตัดไฟได้

ส่วนหากเข้าไปแล้วจะเจอตัวพระธัมมชโยหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะเจอ เพราะน่าจะออกไปอยู่ในเซฟเฮ้าส์ในพื้นที่ใกล้เคียง และเชื่อว่าตำรวจเองก็น่าจะมีข้อมูลอยู่ว่าอยู่ตรงไหน หากเจอตัวก็ต้องจับมาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเหมือนกับรายอื่นๆ ที่เข้าไปในกระบวนการ  แต่ปัญหาคือจะนำไปควบคุมตัวที่ไหน และจะส่งผลต่อการระดมลูกศิษย์ให้เกิดการเคลื่อนไหว

“ผมเชื่อว่าการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ความสำคัญอยู่ที่การสลายลัทธิธรรมกายที่ระดมเงินทองมาให้หลวงพ่อ ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี เงินทองของวัดเอาไว้ไปทำอะไรไม่เคยแถลง และไม่มีใครกล้าที่จะถามหลวงพ่อเพราะทุกคนยกไว้เหนือหิ้งบูชา หากเข้าค้นพื้นที่และยึดหรือตรวจสอบทรัพย์สินได้ จะมีจุดเก็บเงินทองจำนวนมากที่คาดว่าจะยังมีหลงเหลือในวัด นำเงินที่ได้นั้นมาเยียวยาผู้เสียหายจากสหกรณ์เครดิต”

กลับขึ้นด้านบน