สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ หมดหวังหลังคดีล่าช้า

สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ หมดหวังหลังคดีล่าช้า

สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ หมดหวังหลังคดีล่าช้า

รูปข่าว : สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ หมดหวังหลังคดีล่าช้า

ตราบใดที่คดีการฟอกเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นและวัดพระธรรมกายยังไม่จบก็อาจจะทำให้การหาเงินมาเยียวยาสมาชิกสหกรณ์ก็ยิ่งล่าช้า แม้ขณะนี้จะมีทรัพย์ของกลางที่ยึดมาได้บางส่วนก็ตาม โดยสมาชิกหลายคนพวกเขาฝากความหวังกับความช่วยเหลือจาก ครม. ในกลางปีนี้

เกือบ 4 ปีแล้วที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นจำกัด เกือบจะเป็นสหกรณ์ร้าง แต่ละวันมีเพียงสมาชิกสหกรณ์เข้ามาฝากเงินขั้นต่ำ 100 บาท เพื่อรักษาสมาชิกภาพส่งหุ้นสม่ำเสมอ รับเงินปันผลตามแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เท่านั้น

ไม่ต่างจากประสิทธิ์ วรรณสิน ที่จำยอมต้องรักษาสมาชิกภาพไว้ทุกเดือน เพื่อให้ได้รับเงินปันผลในครั้งที่ 3 แม้โอกาสที่จะได้เงินเกือบ 2 ล้านบาทที่ฝากสะสมไว้นานกว่า 10 ปีกลับมาจะไม่มีหวังก็ตาม

ขณะที่ครอบครัววรรณภา ต้องสูญเงินกว่า 40 ล้านบาท จากการทุจริตของผู้บริหาร นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์พร้อมพวก ทำให้มีเงินรั่วไหลอออกจากสหกรณ์ 16,725 ล้านบาท รวมถึงวัดพระธรรมกาย การติดตามคดีการติดตามทรัพย์ คืนสหกรณ์ที่ยังยืดเยื้อของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้เธอหมดหวังและเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อให้สหกรณ์มีสภาพคล่อง

 

 

นายประกิต พิลังกาสา ประธานกรรมการบริหารลูกหนี้สกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ชี้แจงว่า ขณะนี้สหกรณ์ได้เจรจาติดตามทรัพย์สินคืนมาใช้หนี้ให้กับสมาชิก โดยเฉพาะวัดพระธรรมกาย กองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจ่ายมาแล้วครั้งแรกปลายปี 2559 จำนวน 684 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 370 ล้านบาทแต่วัดยังผ่อนจ่ายเดือนละ 20 ล้าน จะหมดภายในเดือนต.ค.นี้ ส่วนครั้งที่ 3 จำนวน 286 ล้านบาท สหกรณ์ได้เจรจาให้เร่งจ่ายให้เร็วที่สุด

ขณะที่สหกรณ์ได้เจรจากับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อนำทรัพย์สินนายศุภชัย กว่า 3800 ล้านบาท นำออกมาขายเพื่อใช้หนี้สมาชิก แต่ดีเอสไอยังยึดเป็นของกลาง เพราะคดียังไม่จบ จึงยังไม่สามารถนำมาขายทอดตลาดได้

ขณะที่ทางออกที่จะช่วยเหลือสมาชิกนายประกิต ระบุว่า ได้ประชุมหารือกับคณะกรรมการปรับปรุงฟื้นฟูสกรณ์คลองจั่นให้รัฐบาลเจรจาให้ธนาคารธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)และออมสิน ปล่อยเงินกู้ให้สหกรณ์ขนาดใหญ่ ในอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แพงมากนัก เพื่อที่จะนำเงินส่วนต่างมาจัดตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือสหกรณ์คลองจั่นปีละ 500 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะสกรณ์ต้องจ่ายหนี้สมาชิกปีละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า ภายในเดือน พ.ค.ถึงจะรู้ผลว่าได้หรือไม่เพราะต้องรอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อน

 

 

กลับขึ้นด้านบน