คสรท.ออกแถลงการณ์หนุนชุมนุมค้านโรงไฟฟ้ากระบี่

คสรท.ออกแถลงการณ์หนุนชุมนุมค้านโรงไฟฟ้ากระบี่

คสรท.ออกแถลงการณ์หนุนชุมนุมค้านโรงไฟฟ้ากระบี่

รูปข่าว : คสรท.ออกแถลงการณ์หนุนชุมนุมค้านโรงไฟฟ้ากระบี่

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่อนแถลงการณ์ สนับสนุนเครือข่ายค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ระบุเหตุผล 3 ข้อกังวลรัฐใช้วิธีสลายการชุมนุม ยิ่งสร้างความตึงเครียด ชี้ต้องยอมรับความต่าง และหาทางออกร่วมกัน

วันนี้(18 ก.พ.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) ออกแถลงการณ์ “เราจะเข้มแข็งและสู้ไปด้วยกัน” โดยขอสนับสนุนการต่อสู้ของเครือข่ายปก ป้องอันดามันจากถ่านหิน และประชาชนที่ปักหลักคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

แถลงการณ์ฉบับนี้ ระบุว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 17 ก.พ.นี้ มีมติเห็นชอบให้มีการเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ แม้ว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเสนอให้มีการทบทวนและศึกษาผลกระทบใหม่ก็ตาม

 

มติดังกล่าวทำให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะได้รับผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้เดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้าจนบัดนี้ เนื่องจากเห็นว่าจังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ (Ramsar Sites) แสนกว่าไร่ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนก โลมา วาฬ และพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวนของไทย เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของพื้นที่ฝั่งอันดามัน ทั้งยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนท้องถิ่นในด้านการประมงและการท่องเที่ยว

ในที่สุดก็ได้นำมาสู่การใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่รัฐได้ปิดล้อมเส้นทางสัญจรที่จะเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลในคืนวันที่ 17 ก.พ. เพื่อไม่ให้ประชาชนมาร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจเครือข่ายประชาชนที่ปักหลักชุมนุมคัดค้านอยู่

ดังนั้น คสรท. ในฐานะองค์กรแรงงานที่ทำงานขับเคลื่อนและผลักดันประเด็นเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของแรงงาน  มีความกังวลใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของ กพช. เพราะการผลักดันก่อสร้างโรงไฟฟ้ามีความไม่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สหประชาชาติ อีกทั้งยังสะท้อนถึงการมุ่งเน้นพัฒนาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมหนัก มุ่งความเจริญเติบโตตัวเลขทางเศรษฐกิจ ที่ละเลยคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ ขัดกับหลักธรรมาภิบาล ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน


คสรท. ขอสนับสนุนการต่อสู้ของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และประชาชนที่ปักหลักคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และขอเสนอต่อรัฐบาล ว่า 
(1) การชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นการแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน ตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและมิได้มีการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยแต่อย่างใด โดยเฉพาะสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกโดยชุมนุมอย่างสงบ ได้มีการรับรองไว้ในกติกาสากลระหว่างประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความอดทน อดกลั้น ในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน


(2) ขอให้รัฐบาลยุติความพยายามในการสลายการชุมนุม เพราะนี้ยิ่งจะเป็นการสร้างความตึง เครียดและสร้างบรรยากาศการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆ มีแต่จะสร้างความสูญเสีย ความขัดแย้งในสังคมร้าวลึกลงไปมากยิ่งขึ้น การใช้มาตรการทางกฎหมาย การใช้อำนาจ ใช้กำลังในการสลายการชุมนุม จะไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา แต่ยิ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย


(3) รัฐบาลต้องยอมรับว่าประชาชนต่างมีความหลากหลายทางความเชื่อและความคิด หนทางที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ คือ เสรีภาพในความเชื่อและการแสดงความคิดเห็นด้วยหลักเหตุผลและข้อเท็จจริง การใช้อำนาจกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมให้ผู้เห็นต่างยุติการแสดงออก มีแต่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งมากขึ้น และไม่สามารถนำพาสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาค เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม และสันติสุขได้ การหันกลับมาสู่การเจรจาร่วมกันในทุกฝ่าย เพื่อมิให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายที่ยากเกินกว่าจะเยียวยาแก้ไข ถือเป็นหนทางที่เป็นไปได้ในขณะนี้

กลับขึ้นด้านบน