เสนอปลด "นกกระเรียนพันธุ์ไทย"พ้นบัญชีสูญพันธุ์ หลังเจอลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว ครั้งแรกรอบ 50 ปี

เสนอปลด "นกกระเรียนพันธุ์ไทย"พ้นบัญชีสูญพันธุ์ หลังเจอลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว ครั้งแรกรอบ 50 ปี

เสนอปลด "นกกระเรียนพันธุ์ไทย"พ้นบัญชีสูญพันธุ์ หลังเจอลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว ครั้งแรกรอบ 50 ปี

รูปข่าว : เสนอปลด "นกกระเรียนพันธุ์ไทย"พ้นบัญชีสูญพันธุ์ หลังเจอลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว ครั้งแรกรอบ 50 ปี

ปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 9 ตัว ตั้งเป้าปลดพ้นบัญชี "ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง" เหลือแค่ "ใกล้สูญพันธุ์" หลังจากนำพ่อแม่พันธุ์จากกรงเลี้ยงคืนสู่ธรรมชาติ จนได้ลูก 2 ตัวในพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกในรอบ 50 ปี

วันนี้ (22 ก.พ.2560) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านบัว ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันปล่อยพ่อแม่นกกระเรียนพันธุ์ไทยอีก 9 ตัว ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแสงเหนือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งนกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็น 1 ใน 16 สัตว์สงวนของไทยที่สูญพันธุ์จากธรรมชาติไปนานถึง 50 ปี จนองค์การสวนสัตว์ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทดลองเพาะเลี้ยงนกในกรงเลี้ยงได้สำเร็จ ภายใต้ความร่วมมือการวิจัยกับมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล (ICF) ประเทศสหรัฐอเมริกา และเริ่มทดลองปล่อยคืนสู่พื้นที่ชุ่มน้ำห้วยจรเข้มาก ตั้งแต่ปี 2554-2560 รวม 70 ตัว พบรอดชีวิต 40 ตัว โดยนกทุกตัวจะมีการติดแท็กห่วงขา เพื่อติดตามพฤติกรรม การหากินและการอาศัยใช้ในการศึกษาวิจัย

ลุ้นปลดพ้นบัญชี "สูญพันธุ์อย่างยิ่ง"

น.สพ.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ถือเป็นความสำเร็จของทีมวิจัยที่นำนกกระ เรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ และนกมีชีวิตรอด เพาะขยายพันธุ์ได้ลูกเกิดใหม่ 2 ตัว ในพื้นที่อาศัยได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในช่วงปลายปี 2559 และถือเป็นรอบ 50 ปี หลังจากนกได้สูญพันธุ์จากธรรมชาติจนถูกขี้น บัญชีสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในบัญชีแดง ของสหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ ไอยูซีเอ็น และอนุสัญญาไซเตส จัดอยู่ในบัญชีอนุรักษ์ที่ 2 ที่ถูกคุกคาม

"หลังจากสวนสัตว์ใช้เวลานานถึง 20 ปี จนสามารถเพาะเลี้ยงนกในกรงเลี้ยงได้สำเร็จ นับ 100 ตัวในปีนี้ และมีการฝึกนกจนมีความพร้อมปล่อยคืนธรรมชาติเรื่อยๆ จึงตั้งเป้าว่าในอนาคตถ้ามีนกในธรรมชาติมาก จนอยู่ในจำนวนที่ไม่เสี่ยงจะสูญพันธุ์ในรอบที่ 2 ประเทศไทยก็น่าจะเสนอปลดพ้นจากบัญชีสัตว์สูญพันธุ์ในธรรมชาติ แต่มีในกรงเลี้ยง ไปอยู่ในระดับที่ใกล้สูญพันธุ์ แทนระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งได้ นอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาวิจัยเพื่อหาพื้นที่รองรับเพิ่มเติมสำหรับนกชุดต่อไปด้วย หลังจากก่อนหน้านี้เคยใช้เวลานานถึง 5 ปี ในการเลือกพื้นที่ปล่อยนกทั้ง 70 ตัว ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อ่างเก็บน้ำสนามบิน และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด และ จ.บุรีรัมย์ จนมีการรอดตายในธรรมชาติ 42 ตัว พบเริ่มทำรังวางไข่ 8 รัง ในช่วงปี 2559 " น.สพ.บริพัตร กล่าว

พบลูกเกิดใหม่ตั้งชื่อ "นาข้าว" ครั้งแรกรอบ 50 ปี

สำหรับนกกระเรียนไทยเป็นสัตว์ป่าสงวนหนึ่งใน 16 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สถานะภาพปัจจุบันจัดเป็นสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว ประเทศไทยพบนกกระเรียนในธรรมชาติครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2511 ที่บริเวณชายแดนติดกับกัมพูชา จนกระทั่งมีข่าวดีว่ากับทีมวิจัยในปี 2559 มีรายงานพบนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนถิ่น สามารถจับคู่ ทำรัง วางไข่ และมีลูกนกเกิดในธรรมชาติตัวแรกในนาข้าว ซึ่งมีภาพถ่ายลูกนกในช่วงเดือน ก.ย.2559 ในแปลงนาข้าวของนางเกษร บุญอารีย์ ในต.สะแกโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ จึงตั้งชื่อ “นาข้าว” ส่วนอีกตัวชื่อ “มะพร้าว” เกิดเดือน ส.ค.2559

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน