ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแนะใช้ "สมาร์ทการ์ด" จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแนะใช้ "สมาร์ทการ์ด" จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแนะใช้ "สมาร์ทการ์ด" จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ

รูปข่าว : ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแนะใช้ "สมาร์ทการ์ด" จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ

ผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.กระบี่ แนะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใช้สมาร์ทการ์ด หรือซื้อตั๋วโดยตรงจากร้านสะดวกซื้อ สำหรับการจ่ายเงินเข้าพื้นที่อุทยานฯ ป้องกันการทุจริต หลังมีการชุมนุมให้ลดราคาค่าเข้าอุทยานฯ

วันนี้ (24 ก.พ.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบริเวณชายหาดอ่าวนางหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ชุมนุมปิดร่องน้ำเรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลดค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากปกติผู้ใหญ่ 400 บาท เหลือ 200 บาท และเด็ก 200 บาทเหลือ 100 บาท โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวลดลงและได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้กรมอุทยานฯ พิจารณาภายใน 20 วัน

นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมและสมาคมท่องเที่ยว จ.กระบี่ เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นสาเหตุไม่ได้มาจากเรื่องของราคาค่าธรรมเนียม แต่ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนเรือเพิ่มขึ้นของเรือหางยาวและสปีดโบ้ทและมีการตัดราคากันเอง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางกับเรือสปีดโบ้ทมากกว่า เนื่องจากมีความรวดเร็ว และส่วนหนึ่งอาจเกิดจากกลุ่มผู้ประกอบการบางกลุ่มเสียผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว

สำหรับการแก้ไขปัญหาต้องแก้เป็นขั้นตอนและภาครัฐต้องเข้ามามีส่วนจัดการ เช่น การควบคุมจำนวนเรือที่ต้องไม่มากเกินไป การใช้สมาร์ทการ์ด หรือซื้อตั๋วโดยตรงจากร้านสะดวกซื้อ สำหรับการจ่ายเงินเข้าพื้นที่อุทยานฯ ตามเกาะต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการจ่ายที่ปลายทางป้องกันการทุจริตและเงินเข้ารัฐโดยตรง

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ จะประชุมเพื่อหาทางออก และเสนอข้อสรุปให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาให้เสร็จภายใน 20 วัน พร้อมขอให้ผู้ประกอบการเปิดใจกว้าง รับฟังและพิจารณาถึงเหตุผลที่ต้องกำหนดราคานี้ โดยค่าธรรมเนียมในปัจจุบันใช้ติดต่อกันมาถึง 10 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาปรับขึ้นในช่วงนี้

พล.ท.สรรเสริญ ระบุด้วยว่า สาเหตุที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น จำนวนเรือของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนมีมากขึ้น ทำให้ตัดลูกค้ากันเอง โดยสถิติเมื่อปี 2558 มีจำนวนเรือทั้งสิ้น 92 ลำ แต่ในปีนี้มีเรือถึง 1,871 ลำ และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าธรรมเนียมในต่างประเทศ พบว่าสูงกว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว โดยเฉพาะค่าดำน้ำ พร้อมระบุว่าสถิตินักท่องเที่ยวที่กรมอุทยานฯ ได้รวบรวมไว้นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้น สวนทางกับข้อมูลของผู้ประกอบการ โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2558 - มกราคม 2559 มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จำนวน 374,000 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน