อึ้ง DNA "พลายทีจี-พลายเกาะพยาเพ็ชร" ตรงกัน แต่ถือตั๋วรูปพรรณช้าง 2 ใบ

อึ้ง DNA "พลายทีจี-พลายเกาะพยาเพ็ชร" ตรงกัน แต่ถือตั๋วรูปพรรณช้าง 2 ใบ

อึ้ง DNA "พลายทีจี-พลายเกาะพยาเพ็ชร" ตรงกัน แต่ถือตั๋วรูปพรรณช้าง 2 ใบ

รูปข่าว : อึ้ง DNA "พลายทีจี-พลายเกาะพยาเพ็ชร" ตรงกัน แต่ถือตั๋วรูปพรรณช้าง 2 ใบ

กรมอุทยานฯสรุปผลตรวจ "ดีเอ็นเอ"ช้างพลายทีจี และพลายเกาะพยาเพ็ชร์ หัวหินทีค จ.ประจวบคีรีขันธ์ และของวังช้างอยุธยาแลเพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา ตรงกัน แต่มีตั๋วรูปพรรณที่ถูกแก้ไข สั่งอายัดเข้ากระบวนการ ด้านเจ้าของปางช้างโวยเตรียมขนม็อบช้าง บุกทำเนียบ

วันนี้ (24 ก.พ.2560) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยเฉพาะชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงข่าว ผลการตรวจรหัสพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ และการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของช้างพังทีจี และช้างพลายเกาะพยาเพ็ชร ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2559 กรมอุทยานฯรวมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอหัวหิน ชุดปฏิบัติการควบคุมพื้นที่อำเภอหัวหิน ได้ร่วมกันตรวจสอบ/อายัดช้าง จำนวน 2 เชือก ไว้ตรวจสอบตามกฎหมายกับหัวหินทีค เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 3 ตำบลทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือ ช้างพลายเกาะพยาเพ็ชร และช้างพลายทีจี

 


แต่หลังจากนั้นวันที่ 27 ก.ย.2559 คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ร่วมตรวจสอบตั๋วรูปพรรณช้างฉบับจริงทั้ง 2 ฉบับ พบว่า ได้มีการย้ายจาก อ.พระนครศรีอยุธยา ไปขึ้นทะเบียนท้องที่ใหม่ อ.ไทรโยค เมื่อ 30 มิ.ย.2559 โดยไม่ระบุที่อยู่สัตว์พาหนะที่ย้ายไป และมีรายการแก้ไขตำหนิรูปพรรณ โดยไม่มีการบันทึกรายการแก้ไข ในช่องรายการบันทึกของตั๋วรูปพรรณ ซึ่งเป็นการดำเนินการในขณะที่ช้างถูกอายัดไว้ที่อำเภอหัวหิน การแก้ไขตั๋วรูปพรรณดังกล่าว แก้ไขโดยอำเภอไทรโยคและต่อมาปรากฏหลักฐานว่า ปศุสัตว์อำเภอหัวหิน ได้มาตรวจวัดงาหรือขนาดช้าง ซึ่งมีขนาดไม่สอดคล้องกับรายการที่แก้ไขและดำเนินการภายหลังการแก้ไขตั๋วรูปพรรณ


กรมอุทยานฯ จึงได้มีหนังสือเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เห็นว่าการย้ายและแก้ไขตั๋วรูปพรรณดังกล่าวข้างต้น มิได้เป็นไปตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง และมาตรา 17 พ.ร.บ.สัตว์พาหนะพ.ศ. 2482 ซึ่งอาจเป็นช่องทางในการลักลอบนำช้างป่ามาสวมตั๋วรูปพรรณได้ ขอให้ตรวจสอบว่าเป็นการดำเนินการโดยชอบหรือไม่ 


ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2559 คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบช้างทั้ง 2 ตัว ที่ได้ตรวจสอบอายัดไว้แต่ไม่พบ ได้มีการเคลื่อนย้ายช้างดังกล่าวไปจากหัวหินทีค เพื่อนำกลับไปเลี้ยงที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 8 ธ.ค.2559 โดยมีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์กับปศุสัตว์อำเภอหัวหิน ตามระเบียบพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และแก้ไขเพิ่มเติม จึงได้แจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผลตรวจดีเอ็เอช้าง 2 เชือกถือตั๋วรูปพรรณ 2 ใบ 

สำหรับผลตรวจดีเอ็นเอ ของช้างพลายทีจี ปรากฏว่าดีเอ็นเอ พลายทีจี ที่อายัดจากหัวหินทีค และของวังช้างอยุธยา พบว่าตรงกัน แสดงว่าเป็นช้างตัวเดียวกัน เช่นเดียวกับผลตรวจ พลายเกาะ พยาเพ็ชร พบว่าตรงกัน แสดงว่าเป็นช้างตัวเดียวกัน นอกจากนี้ การตรวจดีเอ็นเอ พลายทีจี กับพังน้ำหวาน ที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด พบว่ามีความสัมพันธ์เป็นแม่-ลูกกัน แต่ดีเอ็นเอ พลายทีจี กับ ดีเอ็นเอ พังน้ำหวาน พบว่าไม่มีความสัมพันธ์เป็นแม่-ลูกกัน แสดงว่ามีพังน้ำหวาน 2 ตัว หรือไม่

ขณะเดียวกัน การตรวจดีเอ็นเอ พลายเกาะพยาเพ็ชร กับ ดีเอ็นเอ-พังปุ๊กกี้ ที่ จ.เชียงใหม่ พบว่ามีความสัมพันธ์เป็นแม่-ลูกกัน และดีเอ็นเอ พลายเกาะพยาเพ็ชร กับดีเอ็นเอพลายวัง พบว่าไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อ-ลูกกัน ในทุกกรณี


นายชัยวัฒน์ บอกว่า จากการหารือร่วมกับ กรมการปกครองเมื่อวันที่ 14 ก.พ.นี้ มีความเห็นว่ามีข้อมูลดีเอ็นเอ ขัดแย้งกัน จึงขอให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยให้ตรวจสอบเอก สาร และพยานบุคคล ที่เกี่ยวกับการตรวจรหัสพันธุกรรมข้อมูลดีเอ็นเอขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. รวมทั้งให้ตรวจสอบที่มาของตั๋วรูปพรรณช้างพังน้ำหวาน (แม่พลายทีจี) และที่มาของตั๋วรูปพรรณช้างพังปุ๊กกี้ (แม่พลายทีจี) โดยชุดพญาเสือ พิจารณาแล้วจะต้องอายัดและดำเนินคดี กับช้าง 3 ตัว คือ พลายทีจี พังน้ำหวาน และพลายเกาะพยาเพ็ชร เพื่อให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ยืนยันว่าการตรวจสอบต่อเนื่องมาจากการอายัดช้างที่หัวหินทีค เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.59 โดยไม่มีเจตนาเลือกปฏิบัติ และกลั่นแกล้งใคร

 

ขู่พา “ม็อบช้าง” 100 เชือก ล้อมทำเนียบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา ซึ่งเข้าร่วมฟังแถลงข่าว ได้โต้เถียงด้วยถ้อยคำรุนแรง กับนายชัยวัฒน์อย่างรุนแรงเป็นระยะๆ แช่น บอกว่า นายชัยวัฒน์เป็นเด็กดื้อ มองตานายชัยวัฒน์ก็เหมือนมองช้างตกมันตัวหนึ่ง ตนกำลังคิดว่าจะสวนด้วยหอกดีหรือไม่ ตนไม่กลัวนายชัยวัฒน์ แต่ถามว่านายชัยวัฒน์พร้อมรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองหรือไม่ และขอยืนยันว่าไม่เคยมีการนำช้างป่ามาสวมสิทธิ์เป็นช้างบ้าน และการดำเนินการของชุดพญาเสือ ทำให้ชาวช้างเดือดร้อนทำมาหากินไม่ได้


โดยบอกว่า หากมีการยื่นฟ้องร้องคดี ตนจะนำช้าง 100 เชือกมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องเรียนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และจะยื่นหนังสือต่อ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สั่งย้ายนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายชัยวัฒน์ เพราะให้คนทำงานไม่เก่งมาทำงานในด้านนี้ เนื่องจากผลตรวจที่ไม่ชัดเจน อาจมีการรายงานที่ผิดพลาดสลับรายชื่อกันเพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาตรวจในขณะนั้นมีอาการมึนเมามาตรวจ

 

กลับขึ้นด้านบน