ใช้ภาพถ่ายทางอากาศพิสูจน์ "กำนันดัง" บุกรุกอ่าวนาง เกาะพีพี

ใช้ภาพถ่ายทางอากาศพิสูจน์ "กำนันดัง" บุกรุกอ่าวนาง เกาะพีพี

ใช้ภาพถ่ายทางอากาศพิสูจน์ "กำนันดัง" บุกรุกอ่าวนาง เกาะพีพี

รูปข่าว : ใช้ภาพถ่ายทางอากาศพิสูจน์ "กำนันดัง" บุกรุกอ่าวนาง เกาะพีพี

ทส.เดินหน้าตรวจสอบพื้นที่อ่าวต้นไทร อำเภอเมืองกระบี่ หลังพบว่ากำนันดังบุกรุกพื้นที่จำนวนมากกว่า 73 ไร่ คาด 2 วันตรวจพื้นที่จบ ยืนยันไม่เกี่ยวกับประเด็นขอปรับลดค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานหมู่เกาะพีพี

วันนี้ (27 ก.พ.2560) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ตรวจสอบพื้นที่บริเวณอ่าวต้นไทร ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ตามคำสั่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินคดีกับผู้บุกรุกจำนวน 9 แปลงรวมพื้นที่ 73 ไร่ ที่ได้จับกุมดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2544

ซึ่งผู้ครอบครองยื่นคำร้องต่อศาลปกครองโดยอ้างว่าได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อน คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้ศาลฯ จะมีคำพิพากษาออกมา และจากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อสร้างที่พัก

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบพิกัดทางดาวเทียม เพื่อนำมาตรวจสอบกับภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังว่ามีการทำประโยชน์มาก่อนหรือไม่

 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่นี้ไม่มีหลักฐานการครอบครอง และผู้ประกอบการอ้างว่าได้เช่าที่ดินต่อจากผู้ครอบครองรายเดิม ซึ่งถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2544 และมีการบุกรุกพื้นที่เพิ่ม บางแปลงเป็นการบุกรุกพื้นที่ใหม่ คาดว่าจะใช้เวลา 2 วันตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งหรือให้ร้ายกับนายธีรศักดิ์ ขนานใต้ กำนันตำบลอ่าวนาง แต่อย่างใด โดยเป็นการดำเนินงานตามการร้องเรียนและกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เชื่อมโยงกับการชุมนุมให้กรมอุทยานฯ  ปรับลดอัตราธรรมเนียมค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ขณะนี้กำลังตรวจสอบเรื่องการยื่นเสียภาษีและรายได้ว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปยัง ปปง.ตรวจสอบต่อไป

หัวหน้าชุดพญาเสือ ย้ำว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ่าวนางไม่กล้าดำเนินคดี เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่บุกรุกพื้นที่ 3 แปลงแล้วไม่ถูกดำเนินคดีหรือสอบวินัย แม้อัยการไม่สั่งฟ้องแต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นของรัฐต้องคืนให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ทำให้ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด จากนั้นต้องรื้อถอนทันทีตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ พร้อมนายโอภาส นวลมังสอ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นายสุรศักดิ์ อนุสร ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เข้าตรวจยึดพื้นที่ในท้องที่ ต.อ่าวนาง อ.อ่าวนาง จ.กระบี่ พบมีการบุกรุกพื้นที่ แผ้วถาง โค่นต้นไม้จำนวนมาก กานไม้ และทำไม้ ในพื้นที่ลาดชันเกิน 100% พร้อมทั้งมีการแสดงความเป็นเจ้าของโดยการนำกล้าปาล์มน้ำมันมาปลูกแซมในป่าธรรมชาติ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบหลักฐาน นำสค 1 มายื่นที่ดิน เพื่อออกโฉนดที่ดิน ผู้ยื่นขอออกโฉนดชื่อนายโสภณ อ่อนทอง บ้านเลขที่ 12 ม.5 ต. อ่าวนาง อ. เมือง จ.กระบี่ และจากการตรวจสอบจากภาพถ่ายที่มีการถ่ายทอดลงแผนที่ตามพระราชกฤษฏีกาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา พบว่า นายโสภณฯ ได้ขอออกเอกสารโฉนดที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา มีเนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 86 วา 

และยังพบอีกว่า ในพื้นที่เดียวกันมีผู้ครอบครองซึ่งได้แจ้งชื่อครอบครองแปลงตาม มติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 มีพื้นที่ที่ซ้อนทับในเขต อุทยานแห่งชาติ เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 12 วา เป็นของ น.ส.วัชรินทร ภริตาธนาวรัตน ซ้อนทับอยู่ส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเมื่อพิจารณาแล้วน่าจะมีการซื้อขายเปลี่ยนมือไปแล้ว จนนายโสภณนำที่ดินในแปลงมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 มาออกด้วย

กลับขึ้นด้านบน