"กังขา”ผลตรวจดีเอ็นเอ ขู่ขนม็อบช้าง 3,000 เชือกล้อมทำเนียบ

"กังขา”ผลตรวจดีเอ็นเอ ขู่ขนม็อบช้าง 3,000 เชือกล้อมทำเนียบ

"กังขา”ผลตรวจดีเอ็นเอ ขู่ขนม็อบช้าง 3,000 เชือกล้อมทำเนียบ

รูปข่าว : "กังขา”ผลตรวจดีเอ็นเอ ขู่ขนม็อบช้าง 3,000 เชือกล้อมทำเนียบ

กลุ่มผู้เลี้ยงช้างทั่วประเทศ เตรียมนำช้าง 3,000 เชือกเดินทางไปยังทำเนียบ ร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบการทำงานของ ชุดพญาเสือ และกรมอุทยานฯ หลังไม่มั่นใจผลตรวจดีเอ็นเอช้าง 2 เชือกที่ถูกกล่าวหาว่าสวมตัั๋วรูปพรรณช้าง

ความคืบหน้ากรณีผลการตรวจรหัสพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ ของช้าง 2 เชือก "ช้างพลายทีจี-พลายเกาะพยาเพ็ชร ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้พบความผิดปกติตั๋วรูปพรรณช้างไม่ตรงกับตัวช้างทำให้เจ้าของช้างไม่พอใจ

วันนี้(27ก.พ.2560) ตัวแทนผู้เลี้ยงช้างจากทั่วประเทศหารือที่ เพนียดคล้องช้าง ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหากำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว หลังจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีคำสั่งอายัดช้างพลาย 2 เชือก ของวังช้างอยุธยา และตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ที่เก็บข้อมูลโดย สถาบันคชบาลเมื่อปี 2556 และข้อมูลของกรมอุทยานฯ เมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอตรงกัน แต่กลับมีตั๋วรูปพรรณช้างที่ไม่ตรงกัน ทำให้สงสัยถึงที่มาของเส้นทางตั๋วช้าง หรือมีการสวมตั๋วรูปพรรณช้างหรือไม่


นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างแลเพนียด ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะช้างทั้ง 2 เชือก มีหลักฐานการเกิดและมีแม่ช้างชัด เจน ไม่ได้นำช้างป่ามาสวมเป็นช้างบ้าน และเตรียมนำดีเอ็นเอช้าง ไปตรวจพิสูจน์เองขณะเดียวกันตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงช้าง ได้จัดตั้งชมรมปราบคอรัปชั่น พิทักษ์สิทธิของสัตว์เพื่อปฏิรูปกรมอุทยานฯ โดยมีนายลายทองเหรียญเป็นประธาน


พร้อมเปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า จะนำช้างกว่า 3,000 เชือก ที่มีการตรวจดีเอ็นเอเมื่อปี 2554 เข้ากรุงเทพมหานคร และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของ อธิบดีและ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ

ด้านดร.กนิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชยืนยันว่า การตรวจดีเอ็นเอของช้างทั้ง 2 เชือก เป็นไปตามคำร้องขอของชุดพญาเสือ คำสั่ง คสช. และข้อตกลงร่วมของวังช้าง ที่เก็บตัวอย่างเลือดรวม 3 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ต่างกัน และวิเคราะห์ผลแบบโครแซทเทลไลท์ ซึ่งพบว่า ช้างมีดีเอ็นเอตรงกัน แต่ไม่พบความสัมพันธ์กับพ่อพันธุ์ช้าง ที่ระบุไว้ในตั๋วรูปพรรณ

 

กลับขึ้นด้านบน