แพทย์ พยาบาลอาสา - ทีมกู้ชีพรัตนเวช วอนยกเลิก ม.44 อุปสรรคหลักในการดูแลผู้ป่วย

แพทย์ พยาบาลอาสา - ทีมกู้ชีพรัตนเวช วอนยกเลิก ม.44 อุปสรรคหลักในการดูแลผู้ป่วย

แพทย์ พยาบาลอาสา - ทีมกู้ชีพรัตนเวช วอนยกเลิก ม.44 อุปสรรคหลักในการดูแลผู้ป่วย

รูปข่าว : แพทย์ พยาบาลอาสา - ทีมกู้ชีพรัตนเวช วอนยกเลิก ม.44 อุปสรรคหลักในการดูแลผู้ป่วย

ตัวแทนคณะแพทย์พยาบาลอาสาและทีมกู้ชีพรัตนเวช เรียกร้องให้ยกเลิก ม.44 และช่องทางการสื่อสาร เพื่อการขนส่งยาและผู้เจ็บป่วยภายในวัด พร้อมร้องขอกาชาดสากล เข้ามาดูแลสุขภาพประชาชน

วันนี้ ( 4 มี.ค.2560) น.ส.ศิริลักษณ์ ธรรมธราธารกุล อ่านคำแถลงการณ์คณะแพทย์ พยาบาล อาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวช ดังนี้

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรม ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ศพ ที่เกิดจากการใช้ กฎหมาย ม.44 ที่ ปิดกั้นทางเข้าออกรอบวัดพระธรรมกาย คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวชรู้สึกสลดและโศกเศร้าใจเป็นอย่างมาก และไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก จึงหามาตรการเพื่อที่จะป้องกันและดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและสุดความสามารถเท่าที่สภาพการณ์ ณ ปัจจุบัน จะอำนวย

คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย และทีมกู้ชีพรัตนเวชมีประสบการณ์การดูแลสุขภาพประชาชนจำนวนมากและการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพทั้งยังได้รับน้ำใจและความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ อาสาสมัครกู้ชีพ เจ้าหน้าที่ 1669 ด้วยดีเสมอมา แต่เมื่อเกิดการบังคับใช้กฏหมาย ม.44 นี้ ทำให้ประสิทธิภาพด้านการสื่อสาร การคมนาคม การประสานงานกับหน่วยงานภายนอกลดลง จึงอยากร้องขอให้ดีเอสไอและรัฐบาล โปรดเห็นใจและกรุณาปฏิบัติภารกิจโดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน หลักมนุษยธรรมและสิทธิของผู้ป่วย ดังข้อเรียกร้องต่อไปนี้

1. ยกเลิก ม.44 และการปิดกั้นทางเข้าออกทั้งหมดรอบวัดพระธรรมกาย
2.ยกเลิกการตัดสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเตอร์เนตและการสื่อสารทุกชนิด
3.ขอให้ผ่อนปรนการเข้าออกของเจ้าหน้าที่กู้ชีพรัตนเวช ให้สะดวกมากขึ้น เช่น ทำบัตรผ่านพิเศษเพื่อลดเวลาในการประสานงาน
4. ขอให้มีหน่วยพยาบาลที่เป็นกลางทางสากล เช่น กาชาดสากล มาช่วยดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นการเดินทาง โดยเฉพาะชาวบ้านใน ตำบลคลองสอง คลองสาม คลองสี่
5.สำหรับการดูแลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่วัดพระธรรมกาย คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย และทีมกู้ชีพรัตนเวช มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรและเครื่องมือที่สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นแก่พระภิกษุสามเณรและสาธุชนได้ ทั้งมีความคุ้นเคยทำให้ผู้ป่วยได้รับความสบายใจ ไว้วางใจต่อบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันมือที่สามที่อาจปลอมปนเข้ามาก่อความไม่สงบภายในวัด และลดการซ้ำซ้อนของเจ้าหน้าที่ ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่หน่วยงานของรัฐ ทางคณะจึงเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนด้านกำลังจากหน่วยงานอื่นเข้ามาภายในวัด เว้นแต่ทางคณะจะร้องขอในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
6.คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวชต้องดูแลประชาชนที่อยู่ภายในวัดกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งบุคลากรในขณะนี้มีจำนวนเพียงพอ แต่การปิดกั้นยืดเยื้อเป็นเวลานาน ทำให้บุคลากรที่อยู่ภายในวัดต้องรับภาระหนักจนเกิดความเหนื่อยล้า จึงใคร่ขอความกรุณาให้บุคลากรส่วนที่เหลือที่อยู่ภายนอกวัด ที่ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ สามารถเข้ามาสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10-15 ท่าน
7.ขอช่องทางการสื่อสารที่ใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการประสานงานของคณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวช และการติดต่อกับ 1669 เพื่อส่งต่อผู้ป่วย
8.เนื่องจากปริมาณประชาชนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถรักษาภายในวัดได้ แต่ปริมาณยาที่มีเริ่มไม่เพียงพอ จึงขอความอนุเคราะห์ให้อำนวยความสะดวกเรื่องการจัดหา การขนส่งยาและเวชภัณฑ์ตามที่คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวชเห็นว่าสำคัญและเท่าที่จำเป็น

ขอกราบขอบพระคุณหน่วยงานของรัฐ และอาสาสมัครกู้ชีพทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ 1669 ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความมีน้ำใจ และมีประสิทธิภาพ ในการดูแลสุขภาพของพระภิกษุ สามเณร สาธุชนภายในวัด และขอความเมตตาของดีเอสไอและรัฐบาลช่วยอนุเคราะห์ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของทางคณะ เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยอีก

 

กลับขึ้นด้านบน