ปริศนาขุดร่องน้ำรอบวัดพระธรรมกาย "ค่ายกล"สกัดผู้บุกรุก

ปริศนาขุดร่องน้ำรอบวัดพระธรรมกาย "ค่ายกล"สกัดผู้บุกรุก

ปริศนาขุดร่องน้ำรอบวัดพระธรรมกาย "ค่ายกล"สกัดผู้บุกรุก

รูปข่าว : ปริศนาขุดร่องน้ำรอบวัดพระธรรมกาย "ค่ายกล"สกัดผู้บุกรุก

กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำสื่อมวลชนบริเวณโซนดี วัดพระธรรมกาย หลังพบปริศนาการขุดร่องน้ำตัดถนน มีการวางท่อซีเมนต์ และถังคล้ายน้ำมัน แต่ฝ่ายสื่อสารองค์กร ระบุเพื่อป้องกันผู้บุกรุก

วานนี้ (6 มี.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณโซน ดี ข้างอาคารบุญรักษา พบมีการขุดร่องน้ำตัดถนนเชื่อมระหว่างโซน เอ และดี และด้านหลังมีเต๊นท์ของพระสงฆ์ และศิษยานุศิษย์ เรียงรายอยู่จำนวนมาก และยังมีการวางท่อซีเมนต์และถังคล้ายถังน้ำมันไว้ด้วย

จากภาพมุมสูงที่ดีเอสไอ บินตรวจสอบแสดงให้เห็นถึงจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานตรวจค้นบริเวณโซน ดี ต่อเนื่องโซน เอ ข้างอาคารบุญรักษา โดยพบมีรถแบ็กโฮกำลังขุดร่องน้ำตัด ถนนเชื่อมระหว่างโซน เอ และโซน ดี และปล่อยน้ำเข้าไป ลักษณะการขุดเป็นหลุมลึก ด้านหลังมีเต็นท์ทั้งของพระและมวลชนเรียงรายกันอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก


นอกจากขุดร่องน้ำแล้ว ในพื้นที่ยังมีการวางท่อปูนซีเมนต์ มีถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร วางเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน มีกระสอบปิดฝาถังไว้ ในถังยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นน้ำหรือน้ำมัน นอกจากนี้ทางเข้าพื้นที่ดังกล่าว ยังมีพระสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าตลอดเวลา พร้อมมวลชนจำนวนมาก ออกมาต่อต้านจนเจ้าหน้าที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นได้

สำหรับประเด็นนี้ สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ชี้แจงผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ ระบุว่า เนื่องจากวันที่ 23 ก.พ.นี้ กลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งไม่ทราบสังกัดได้มาที่ประตูโซนอาคารบุญรักษา และบุกเข้าโดยพลการ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ไม่แจ้งภารกิจ ญาติโยมจึงได้ช่วยกันขุดร่องน้ำ เพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่


ส่วนถังน้ำมันที่พบนั้น เป็นถังน้ำมันเปล่า ที่นำมาเป็นหลักในการขึงสแลนเพื่อกันแดด กันฝุ่น และลมร้อน ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่แต่ประการใด

ส่วนประเด็นการให้การสนับสนุนการชุมนุมต่อต้านเจ้าหน้าที่ ขณะนี้นอกจากการเรียกตัวผู้ที่อาจเข้าข่ายการกระทำดังกล่าวเข้าให้ปากคำแล้ว ยังเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินที่อาจมีความเกี่ยวข้องกัน เช่น กรณีบัญชีเงินฝากของ พระเสถียร คำบ่อ ที่พบว่า มีเงินกว่า 10 ล้านบาท และมีการเบิกจ่ายเงินทุกวัน

กรณีการตรวจสอบเงินในบัญชีจำนวนกว่า10 ล้านบาท ของพระเสถียร คำบ่อ พระสงฆ์ที่ถูกควบคุมตัวได้ที่ตลาดป้าเช็ง เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า มีการเบิกจ่ายเงินในบัญชีวันละเกือบ 1 หมื่นบาท โดยเบื้องต้น ดีเอสไอยังไม่มีการเข้าร้องทุกข์แต่อย่างใด แต่หากมีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน


ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ  กรณีพระเสถียร เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อว่า เงินในบัญชีเป็นเงินที่ได้มาจากการทำบุญตามที่เจ้าตัวอ้าง เนื่องจากพบว่ามีการโอนถอนเงินออกหลายครั้ง จำนวนหลายหมื่นบาทภายในวันเดียวกัน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีส่วนเชื่อมโยงกลุ่มพระในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน