ประกัน 2 แสนพระปลัดเสกสรรค์-ห้ามปลุกปั่น-ห้ามเข้าพท.ควบคุมตามมาตรา44

ประกัน 2 แสนพระปลัดเสกสรรค์-ห้ามปลุกปั่น-ห้ามเข้าพท.ควบคุมตามมาตรา44

ประกัน 2 แสนพระปลัดเสกสรรค์-ห้ามปลุกปั่น-ห้ามเข้าพท.ควบคุมตามมาตรา44

รูปข่าว : ประกัน 2 แสนพระปลัดเสกสรรค์-ห้ามปลุกปั่น-ห้ามเข้าพท.ควบคุมตามมาตรา44

ศาลธัญบุรี อนุญาตปล่อยตัวพระปลัดเสกสรรค์ชั่วคราว โดยใช้เงินประกัน 2 แสนบาท ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อยุยง-ปลุกปั่น และห้ามเข้าพื้นที่ควบคุมม.44 ด้าน วัดพระธรรมกาย แถลง 5 ข้อ ห้ามจับสึกหากคดีไม่สิ้นสุด สรุป วัด-พระ โดนคดีกว่า 300 คดี

วันนี้ (8มี.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระวัดพระธรรมกาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่5/60 และพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหายุยง ปลุกปั่น มีความผิดตามมาตรา 116 รวมถึงมีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา

จากนั้น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ควบคุมตัวพระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม มาขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขังผลัดแรก หลังจากมารับทราบข้อกล่าวหา

โดยหลังจากศาลพิจารณาคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวพระปลัดเสกสรรค์ ชั่วคราวได้ โดยให้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 200,000 บาทประกันตัว พร้อมมีเงื่อนไขห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในลักษณะยุยงปลุกปั่น และห้ามเข้าพื้นที่ควบคุมตามประกาศของหัวหน้า คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มารดาของพระปลัดเสกสรรค์ และคณะศิษย์จำนวนหนึ่งมารอฟังการไต่สวน โดยที่ไม่มีเหตุความวุ่นวาย ขณะที่พระปลัดเสกสรรค์ บอกเพียงสั้นๆว่า หลังจากนี้จะไม่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งของศาล และเพื่อความสบายใจของเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปทีไหน

 ขอ 5 ข้อห้ามจับสึกหากคดีไม่สิ้นสุด หลังวัด-พระ โดนคดีกว่า 300 คดี

ต่อมา เวลา 15:30น. ตัวแทนพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย นำโดย พระชาญณรงค์ อุตตโม และ พระมหาทศพร ปุญญงกุโร พระลูกวัดพระธรรมกาย แถลงโดยระบุว่า ขณะนี้ ทางวัดและพระสงฆ์ของวัด มีคดีความมากกว่า 300 คดี ในช่วงระยะเวลา 1 เดือน และมีคดีจำนวนมาก ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยง ว่าจะไม่ได้ประกันตัว และเสี่ยงต่อการถูกจับสึก จึงขอเรียกร้องใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1. ห้ามสึกพระโดยที่คดียังไม่ได้พิพากษาจนถึงที่สุด

2. ระบบพิจารณาคดีที่ใช้กับพระภิกษุควรเป็นระบบไต่สวน ซึ่งให้อำนาจศาลในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดี นอกเหนือไปจากที่คู่ความเสนอต่อศาลได้ เพื่อให้พระภิกษุได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี  3. คดีของพระภิกษุ ให้ตั้งศาลสงฆ์ มีคณะพิจารณาไต่สวนเฉพาะ มีผู้แทนคณะสงฆ์เข้าร่วมพิจารณาด้วย โดยยึดหลักพระวินัยร่วมกับกฎหมายทางโลก ถ้าหลักฐานไม่พอก็จบกันไป ถ้าหลักฐานพอก็ดำเนินคดีไปตามกระบวนการยุติธรรม

4. การพิจารณาไต่สวนให้ทำในวัดที่เหมาะสม ไม่เสียสมณสารูป 5. คดีใหญ่ที่เป็นที่สนใจ ให้เชิญองค์กรพุทธทั่วโลกร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทั้งนี้ พระสงฆ์จะยังสวดมนต์อย่างสงบสันติภายในวัดต่อไปแม้ดีเอสไอจะระบุว่า พร้อมจะปฏิบัติการให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

ขณะที่กรณีสึกพระ จะเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีความเห็นเตรียมพิจารณาสึกพระธัมมชโยหรือไม่ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง เพราะมีหลายคดี ที่พระสงฆ์หลายรูปที่ถูกจับสึก จึงอยากให้มีข้อห้ามตามข้อเรียกร้อง เพราะมองว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายพระสงฆ์

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน