ถอดยศ "จุมพล มั่นหมาย”-พิพากษาจำคุกคดีรุกป่าทับลาน 3 ปี

ถอดยศ "จุมพล มั่นหมาย”-พิพากษาจำคุกคดีรุกป่าทับลาน 3 ปี

ถอดยศ "จุมพล มั่นหมาย”-พิพากษาจำคุกคดีรุกป่าทับลาน 3 ปี

รูปข่าว : ถอดยศ "จุมพล มั่นหมาย”-พิพากษาจำคุกคดีรุกป่าทับลาน 3 ปี

มีพระราชโองการถอดยศ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "จุมพล มั่นหมาย" ขณะที่ศาลนครราชสีมา มีคำพิพากษาจำคุก รุกป่าอุทยานทับลาน 6 ปี แต่รับสารภาพลดเหลือ 3 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้รื้อถอนบ้านพักออกจากพื้นที่ ชดใช้เงินเกือบ 9 แสนบาท

วันนี้ (10 มี.ค.2560) ศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลอาญาได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีสร้างบ้านพักตากอากาศบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวนกว่า 13 ไร่ ในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลย 2 ราย ต่อศาล ประกอบด้วย พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นจำเลยที่ 1 และ นายจุมพล มั่นหมาย อดีตรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคง และกิจกรรมพิเศษ และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยที่ 2

นายจุมพล ไม่ต้องการทนายความ พร้อมให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาตามคำฟ้องของโจทก์ ศาลมีคำพิพากษาว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี และมีความผิดในข้อหาแผ้วถาง และบุกรุกทำลายป่า ให้ลงโทษจำเลยเป็นเวลา 2 ปี รวมลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลาทั้งหมด 6 ปี

แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ  จึงให้เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี โดยไม่รอลง อาญา พร้อมให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากพื้นที่ที่บุกรุกป่า และชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางราชการเป็น จำนวนเงินกว่า 892,000 บาท ซึ่งหลังฟังคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายจุมพล กลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ถอดยศตํารวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถอดยศตํารวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถอด พลตํารวจเอก จุมพล มั่นหมาย ออกจากยศตํารวจ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ

เนื่องจากกระทําความผิดวินัยฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีพฤติ กรรมไม่เหมาะสมในการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดติดพระองค์ ใช้ตําแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางไม่ถูกต้องแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคง ตามมาตรา 28 แห่ง พระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ประกอบข้อ 1 (4) ของระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตํารวจ พ.ศ. 2547 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือกทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญจักรพรรดิมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4)ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์พ.ศ. 2548

กลับขึ้นด้านบน