มท.สั่งด่วนกวดขันแรงงานกัมพูชาพื้นที่สระแก้ว – จันทบุรี

มท.สั่งด่วนกวดขันแรงงานกัมพูชาพื้นที่สระแก้ว – จันทบุรี

มท.สั่งด่วนกวดขันแรงงานกัมพูชาพื้นที่สระแก้ว – จันทบุรี

รูปข่าว : มท.สั่งด่วนกวดขันแรงงานกัมพูชาพื้นที่สระแก้ว – จันทบุรี

สรุปผลประชุมร้องเรียนใช้แรงงานชาวกัมพูชาในไร่อ้อย-ลำไยปี 2561 ยันมติต้องนำเข้าระบบทั้งหมด ถ้าไม่มีหนังสือผ่านแดนจับทันที ระบุกิจการไร่อ้อยต้องใช้แรงงาน 17,000 คนต่อปี

วันนี้( 10 มี.ค.2560) นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ในฐานะประธานที่ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขการใช้แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาในกิจการของเกษตรกรชาวไร่อ้อย กล่าวว่า จากปัญหาการจับกุมและเข้มงวดการใช้แรงงานชาวกัมพูชาในพื้นที่ จ.สระแก้ว จนขาดแคลนแรงงานในพื้่นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ผู้ปลูกลำไย ไร่อ้อย และพืชไร่ และมีการยื่่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาการใช้แรงงานข้ามเขต และการยกระดับช่องทางบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เป็นจุดผ่านแดนถาวร

ในขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับหน่วยงาน ในการขยายเวลาการอนุโลมใช้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จนถึงวันที่่ 30 เมษายน 2560 ตามแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานตัดอ้อยในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ประจำฤดูกาลผลิตอ้อยปี 2560 ในช่วงปลายปีนี้ จะต้องดำเนินการเร่งรัดให้มีการทำบอร์เดอร์พาสไว้ล่วงหน้า

 

 

ส่วนแรงงานที่ยังคงอยู่ในประเทศขณะนี้ประมาณ 1 หมื่นคน ก็ทะยอยจ้ดให้มีการทำบอร์เดอร์พาสไว้ก่อน ซึ่งขั้นตอนปัญหาการข้ามแดนในพื้นที่่ ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นพื้นที่ 2 จังหวัดของกัมพูชา ทางฝ่ายราชการไทยจะได้เข้าร่วมเจรจาเพื่อหาแนวทางร่วมกันอีกครั้ง ดังนั้น การใช้แรงงานต่างด้าวปี 2561 จะต้องเข้าสู่ระบบทั้งหมด รวมทั้งกรณีการขอใช้แรงงานในการปลูกและเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่ จ.สระแก้วด้วย จะต้องปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน และจะได้ทำข้อสรุปทั้่งหมด นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด 

นายมนตรี คำพล นายกสมาคมเกษตรชายแดนบูรพา บอกว่า ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้แรงงานกัมพูชา สำหรับกิจการไร่อ้อย ประมาณ 17,000 คนต่อปี ในฤดูการหีบอ้อย 4 เดือน ขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ยังอยู่ในประเทศไทยประมาณ 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาโดยมีสมาคมเป็นตัวกลางอนุโลมเข้ามาทำงานโดยผ่านสมาคมฯ เพื่อจัดทำบอร์เดอร์พาส หรือ หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณหัวละ 1,300 บาท ซึ่งที่ผ่านมาติดปัญหาการข้ามฝั่งมาทำงานที่ต้องเดินทางไกลไปข้ามที่อรัญประเทศเท่านั้น เนื่องจากเป็นจุดเดียวที่สามารถ ลงประทับตราเอกสารเข้า-ออกได้ช่องทางเดียวเท่านั้น ล่าสุดช่วงปีนี้ ตัวเลขเข้ามาแล้ว ประมาณ 14,000 คน

กลับขึ้นด้านบน