ชันสูตรซาก "วาฬบรูด้า"ตายทะเลประจวบคีรีขันธ์ตัวที่ 2

ชันสูตรซาก "วาฬบรูด้า"ตายทะเลประจวบคีรีขันธ์ตัวที่ 2

ชันสูตรซาก "วาฬบรูด้า"ตายทะเลประจวบคีรีขันธ์ตัวที่ 2

รูปข่าว : ชันสูตรซาก "วาฬบรูด้า"ตายทะเลประจวบคีรีขันธ์ตัวที่ 2

ทช.มึนไม่สามารถ หาสาเหตุวาฬบรูด้าตาย ถือเป็นตัวที่ 2 ของทะเลประจวบคีรีขันธ์ ด้านนักวิชาการทางทะเล ระบุ 70 วันพบตายแล้ว 4 ตัว ชี้ผิดปกติของช่วงอายุวาฬเด็ก และวาฬวัยรุ่น

วันนี้( 13มี.ค.2560) ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายงานกรณีรับแจ้งจากนายกิจ สิงหะ ผู้ประ กอบการหากทรายแก้วรีสอร์ท พบซากวาฬขนาดใหญ่เกยตื้นบริเวณหาดโคกตาหอม ม.9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งศวทก.ได้ส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก เข้าตรวจสอบซาก


ผลการตรวจชันสูตรพบสภาพซากเน่ามาก มีกระดูกซี่โครงซี่แรก เป็นลักษณะเฉพาะของวาฬบรูด้า ความยาว 12.10 เมตร น้ำหนักประมาณ 1-2 ตัน ไม่ทราบเพศ ช่วงอายุในช่วงวัยรุ่น ตั้งแต่ส่วนท้องลงไปเน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกสันหลัง อวัยวะภายในหลุดหาย ทำให้จำแนกเพศไม่ได้ ไม่ทราบสาเหตุการตาย เนื่องจากสภาพเน่า และอวัยวะหลุดหายไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงฝังใกล้กับจุดที่พบซากเกยตื้น


ทั้งนี้วาฬบรูด้าเกยตื้นตาย ถือเป็นตัวที่ 2 ที่พบในเขตทะเล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า วาฬบรูด้า เป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 16 ของประเทศไทย และในรอบ 70 วันพบตายเป็นตัวที่ 4 เป็นการตายแบบผิดปกติ และเป็นเรื่องที่น่าตกใจ โดยเฉพาะวาฬช่วงวัยเด็กกับวาฬช่วงวัยรุ่น ตายก่อนโตเต็มวัย และพบฉลามวาฬ 2 ตัวตายโดยมีเชือกผูกมัดด้วย


ทั้งนี้ จากการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่า บริเวณอ่าวไทยมีวาฬ 50 ตัว แต่มีฉลามวาฬไม่ถึง 100 ตัว จึงอยากให้คณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ภายใต้คณะกรรมการทะเลแห่งชาติ เข้ามาช่วยดำเนินการ เพื่อกันอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากให้คงอยู่ในท้องทะเลไทย

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน