ประชาชนสนใจขอคำปรึกษา-สินเชื่อฉุกเฉินจาก 2 ธนาคารรัฐกว่า 66,000 คน

ประชาชนสนใจขอคำปรึกษา-สินเชื่อฉุกเฉินจาก 2 ธนาคารรัฐกว่า 66,000 คน

ประชาชนสนใจขอคำปรึกษา-สินเชื่อฉุกเฉินจาก 2 ธนาคารรัฐกว่า 66,000 คน

รูปข่าว : ประชาชนสนใจขอคำปรึกษา-สินเชื่อฉุกเฉินจาก 2 ธนาคารรัฐกว่า 66,000 คน

ประชาชนสนใจลงทะเบียนรับคำปรึกษาและขอสินเชื่อฉุกเฉินจาก ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินรวมกันมากกว่า 66,000 คน หลังโครงการเเก้ไขหนี้นอกระบบผ่านมาครึ่งเดือน คาดว่ายอดขอสินเชื่อเพิ่มขึ้นช่วงใกล้เปิดเทอม

เมื่อวานนี้ (19 มี.ค.2560) นายกฤษณ์ จันทร์หอม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขา จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงโครงการการเเก้ไขหนี้นอกระบบเเละให้ธนาคารรัฐทั้ง ธ.ก.ส. เเละธนาคารออมสิน ปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินว่า เกษตรกรส่วนใหญ่สนใจติดต่อสอบถาม แต่ยังไม่ยื่นความประสงค์ขอกู้มากนัก โดยอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 24 ราย วงเงิน 1 ล้านบาท แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงใกล้เปิดเทอม

ขณะที่ ธ.ก.ส. สาขา จ.อุบลราชธานี มีผู้ยื่นขอกู้แล้วกว่า 200 คน แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยส่วนใหญ่ต้องการนำเงินไปใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือนทั้งค่าการศึกษาของบุตรหลาน และใช้ซ่อมแซมเครื่องมือการเกษตร
โดยธนาคารจะพิจารณาจากหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน และความเห็นหมอหนี้ในพื้นที่ รวมทั้งความสามารถในการชำระหนี้ด้วย

นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า ธนาคารยังคงดำเนินการพิจารณาสินเชื่อตามหลักปฏิบัติ แต่ผ่อนปรนมากขึ้น มีเกษตรกรขอรับคำปรึกษาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และขอสินเชื่อเกือบ 10,000 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มต้องการไถ่ถอนหนี้จากเจ้าหนี้นอกระบบ เเละกลุ่มขอสินเชื่อตามโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน โดยสามารถอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 1,000 คน คิดเป็นวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท

ส่วนธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ มีประชาชนเข้ามาขอรับคำปรึกษาแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และลงทะเบียนขอสินเชื่อรายย่อย เพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินอย่างคึกคักยอดลงทะเบียน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2560 มากกว่า 56,000 คน แต่ยังไม่เข้ากระบวนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างเตรียมระบบไอที บุคลากร และคำสั่งจากคณะกรรมการ และจะพิจารณาสินเชื่อตามลำดับการลงทะเบียนดังกล่าว

โครงการเงินกู้ฉุกเฉินเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยให้ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ธนาคารละ 5,000 ล้านบาท รวมวงเงิน 10,000 ล้านบาท สามารถกู้ได้คนละไม่เกิน 50,000 บาท ผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี คาดว่าจะครอบคลุมประชาชนและเกษตรกรที่อาจกำลังประสบปัญหาประมาณ 200,000 คน

กลับขึ้นด้านบน