ทส.สั่งรื้อถนนในเขตป่าสงวนเบตง-ขึ้นบัญชีดำนายทุนรุกป่า 3 จว.ชายแดนใต้

ทส.สั่งรื้อถนนในเขตป่าสงวนเบตง-ขึ้นบัญชีดำนายทุนรุกป่า 3 จว.ชายแดนใต้

ทส.สั่งรื้อถนนในเขตป่าสงวนเบตง-ขึ้นบัญชีดำนายทุนรุกป่า 3 จว.ชายแดนใต้

รูปข่าว : ทส.สั่งรื้อถนนในเขตป่าสงวนเบตง-ขึ้นบัญชีดำนายทุนรุกป่า 3 จว.ชายแดนใต้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีทส. สั่งตรวจสอบการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเบตง จ.ยะลา หลังพบไถถนนในป่าสมบูรณ์ 2 กิโลเมตร ชี้ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม -สั่งขึ้นบัญชีดำกลุ่มนายทุนบุกรุกป่าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

วานนี้ (24 มี.ค.2560) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทส. ลงพื้นที่โครงการพัฒนาหลักเขตชายเเดนใต้สุดสยาม 54 A อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งได้มีการขอเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นการขอเปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเบตง จังหวัดยะลา เพื่อสร้างเส้นทางไปยังหลักเขตแดน 54 เอ ใต้สุดแดนสยาม 

และพบว่ามีการไถสร้างถนนเข้าในป่าสมบูรณ์ ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ก่อนที่จะได้รับอนุญาตในการขอเข้าใช้พื้นที่ป่า แต่ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ได้รับงบประมาณในการดำเนินโครงการแล้วเกือบ 50 ล้านบาท จึงต้องเร่งดำเนินการต่อ

พล.อ.สุรศักดิ์ เห็นว่า โครงการพัฒนาของรัฐ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะมีความเหมาะ สม คุ้มค่า และสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายป่าหรือไม่ และโครงการที่ขอใช้พื้นที่ป่าจะต้องปราศจากการเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มเข้ามาบุกรุกป่ามากขึ้น

นอกจากนี้ ยังระบุว่า จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ทุกนายหากมีข้อมูลว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งขณะนี้ได้มีการขึ้นบัญชีดำ กลุ่มผู้มีอิทธิพล และกลุ่มนายทุนรุกป่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาศัยช่องว่างของสถานการณ์ความรุนแรง เข้ามาทำลายป่าในพื้นที่

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ พงศ์ดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จ.นราธิวาสและยา เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์ป่าฮาลา-บาลา ที่ 3 พร้อม ด้วยกำลังทหารพราน ร้อย ทพ.4907 ร่วม ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ป่า บริเวณท้องที่ บ.ไอร์กาเวาะ ม.4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

ผลการตรวจสอบในพื้นที่พบมีร่องรอยของการทำไม้ ตอไม้เก่า ซึ่งเป็นหวงห้าม ชนิด หลุมพอ จำนวน 2 ตอ และ ตะเคียนจำนวน 3 ตอ เจ้าหน้าสันนิษฐานว่าน่าจะแปรรูป มาแล้วกว่า 8 เดือน เนื่องจากพบว่าไม้แปรรูปที่เหลืออยู่ ที่สามารถใช้ทำเป็นสินค้าได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมกันจัดทำรายละเอียดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.จะแนะจ.นราธิวาส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน