กสม.จี้เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน "ชัยภูมิ ป่าแส"

กสม.จี้เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน "ชัยภูมิ ป่าแส"

กสม.จี้เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน "ชัยภูมิ ป่าแส"

รูปข่าว : กสม.จี้เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน "ชัยภูมิ ป่าแส"

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หลังจากลงพื้นที่ไปช่วงสุดสัปดาห์ในพื้นที่จุดเกิดเหตุและบ้านของนายชัยภูมิ ก็ออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ประจำอยู่ด่านตรวจมาเปิดเผยให้สังคมได้เห็นกัน

พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนคดีวิสามัญนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายรวมถึงให้ความกระจ่างกับสังคม ซึ่งคดีนี้ต้องส่งสำนวนให้ศาลภายใน 90 วัน ส่วนญาติจะติดใจสงสัยบาดแผลอะไรก็สามารถร้องขอให้ชันสูตรศพเพิ่มเติมได้ ตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนกรณีที่มีพยานโผล่ทางโลกออนไลน์ว่าเห็นเหตุการณ์ก็อยากให้พยานเหล่านั้นมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยทุกอย่างจะปิดเป็นความลับ ส่วนที่มีพยานที่โผล่ออกมาร้องเรียนคดีนี้ และถูกข่มขู่ก็ได้มีการเข้าแจ้งความขอความคุ้มครองที่สภ.นาหวาย ตำรวจก็ให้ความดูแลคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ตรวจพบยาบ้า 2,800 เม็ด และมีพยานระบุมีคนนำยามาซุกซ่อนในรถของผู้ตาย ตอนนี้ชุดทำงานก็กำลังตามตัวกลุ่มผู้ค้ายาที่ลอบนำยามา เชื่อว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ทุกอย่างจะกระจ่างมากขึ้น

ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวภายหลังเดินทางลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุ และตรวจเยี่ยมที่พักของนายชัยภูมิว่า ตอนนี้สิ่งที่สังคมกำลังมองดูอยู่และต้องการคำตอบ ก็คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า ยาเสพติดที่พบบริเวณด้านหน้ารถยนต์ 2,800 เม็ดนั้นจริงหรือไม่ มีระเบิดเข้ามาต่อสู้ขัดขวางการจับกุม และกำลังจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ ซึ่งจะเข้าพบกับท่านแม่ทัพภาค 3 เพื่อขอให้เปิดเผยถึงกล้องวงจรปิดที่ประจำอยู่ด่านตรวจ รวมถึงหลักฐานเส้นทางการเงินของน้องชัยภูมิ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย โดยต้องการให้นำออกมาแสดงเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคมและครอบครัวของน้องชัยภูมิด้วย

ก่อนหน้านี้แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ออกมายืนยันถึงคำให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ในการวิสามัญฆาตกรรม นายชัยภูมิ ป่าแส โดยระบุว่า เป็นการกระทำที่สมเหตุสมผล และไม่ได้เกินกว่าเหตุตามที่วิพากษ์วิจารณ์ ส่วนกรณีที่ระบุว่า "ถ้าเป็นผมกดออโต้ไปแล้ว" เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว

แม้จะย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัว แต่วันนี้ (27 มี.ค.) ประเด็นนี้กลายเป็นสิ่งที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบและเอาผิดกรณีก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (27 มี.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบและเอาผิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 กรณี ประกอบด้วย

1.กรณีที่แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ กรณีการวิสามัญฆาตกรรม นายชัยภูมิ ป่าแส โดยแม่ทัพภาคที่ 3 ให้สัมภาษณ์ว่า " ถ้าเป็นผมกดออโต้ไปแล้ว " โดยระบุว่า คำพูดดังกล่าว เป็นการก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม และขัดต่อระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551 และถือว่าเป็นความผิดทางวินัยทหารโดยชัดแจ้ง

ส่วนกรณีที่ 2 จะยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ กรณีนายวีระ สมความคิด ออกมาเปิดเผยว่า มีการก่อสร้างและตั้งบ่อนกาสิโนขึ้น ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนของไทยและกัมพูชา บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ เพราะถือได้ว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เอื้อประโยชน์ให้มีธุรกิจการพนันขึ้นในพื้นที่ เข้าข่ายการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและประเทศชาติ

กลับขึ้นด้านบน