คปพ.แถลงค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

คปพ.แถลงค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

คปพ.แถลงค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

รูปข่าว : คปพ.แถลงค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยแถลงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้เหตุผลไม่รับฟังความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และให้อำนาจบุคคล และคณะบุคคลใช้ดุลยพินิจแทนหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อาจก่อให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

วันนี้ (28 มี.ค.2560) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ร่วมแถลงคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ จาก3 ปัจจัย คือไม่มีเนื้อหาที่กำหนดให้มีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ แม้จะมีการเพิ่มถ้อยคำให้จัดตั้งขึ้น แต่ไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน ทำให้ไม่ทันกับการใช้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ และอาจส่งผลให้เกิดการผูกขาดเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับสัมปทานรายเดิม โดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณ และบงกช ซึ่งกำลังจะหมดอายุสัมปานในปี 2565 และ 2566 จากกฎหมายเดิม ที่ไม่สามารถต่ออายุสัมปทานได้

นอกจากนั้น ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ ยังไม่ชัดเจนกติกาการประมูลแข่งขันผลตอบแทนสูงสุดแก่รัฐ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ หากยังปล่อยให้ท่อก๊าซธรรมชาติ ยังคงตกอยู่ภายใต้การครอบครองของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่บริเวณรัฐสภา และหาก สนช.มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ คปพ.เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมปักหลักชุมนุมไปจนกว่านายกฯ จะใช้มาตรา 44 เพื่อยกเลิกกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ

 

กลับขึ้นด้านบน