คปพ.ค้าน สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

คปพ.ค้าน สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

คปพ.ค้าน สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

รูปข่าว : คปพ.ค้าน สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย เรียกร้อง สนช.ถอนร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม แปรญัตติ 4 ประเด็น เพื่อให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ก่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมและการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่ พร้อมแก้ไขระบบประมูลแข่งขันป้องกันการผู

วันนี้ (30 มี.ค.2560) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) รวมตัวเพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมทั้งเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนคัดค้านกฎหมายปิโตรเลียม ที่จะมีการนำร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 2 ฉบับ เข้าที่ประชุม สนช.พิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตัวแทน คปพ. ยืนยันว่า ไม่ได้มาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล แต่ถือเป็นวาระสำคัญ เพราะกังวลว่า หากร่าง พ.ร.บ.ผ่านความเห็นชอบของ สนช. ทั้งที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องกรอบเวลาการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะกระทบต่อการแข่งขันด้านพลังงานปิโตรเลียมโดยเสรี รวมทั้งจะทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์และผูกขาดเอกชนรายเดิม หลังจากสัมปทานปิโตรเลียมกว่า 40 ปี กำลังจะหมดอายุสัมปทาน ทั้งแหล่งเอราวัณที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2565 และแหล่งบงกชที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2566 หากอยู่ภายใต้กฎหมายเดิมที่ไม่สามารถต่ออายุสัมปทานใน 2 แหล่งนี้ให้กับผู้รับสัมปทานรายเดิม ทรัพย์สินทั้งหมดของผู้รับสัมปทาน ได้แก่ แท่นขุดเจาะปิโตรเลียม อุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จะตกเป็นกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์แก่รัฐ

ทั้งนี้ คปพ.เรียกร้องให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อกำหนดรายละเอียดการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันข้ามชาติให้ชัดเจน ก่อนต่ออายุสัมปทานทั้ง 2 แหล่ง หรือก่อนการสำรวจแหล่งพลังงานรอบใหม่ โดยแก้ไขกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ และมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม คปพ.เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล หาก สนช.มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จัดกำลังดูแลความเรียบร้อยและสังเกตการณ์โดยรอบอาคารรัฐสภา

กลับขึ้นด้านบน