“บอย ถกลเกียรติ” สารภาพปมคลิปแท็กซี่ฉุน บันดาลโทสะ- เสนอให้เงินเอง

“บอย ถกลเกียรติ” สารภาพปมคลิปแท็กซี่ฉุน บันดาลโทสะ- เสนอให้เงินเอง

“บอย ถกลเกียรติ” สารภาพปมคลิปแท็กซี่ฉุน บันดาลโทสะ- เสนอให้เงินเอง

รูปข่าว : “บอย ถกลเกียรติ” สารภาพปมคลิปแท็กซี่ฉุน บันดาลโทสะ- เสนอให้เงินเอง

จากกรณีคลิปแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร วันนี้ 2 ฝ่ายเคลียร์ปมโซเชี่ยลเผยแพร่คลิป บอย ถกลเกียรติ ยอมรับโมโหทุบรถจริง เพราะเรียกรถแล้วไม่จอด ยืนยันเสนอเงิน 1,000 บาท ฝ่ายคนขับแท็กซี่ถูกลงโทษพักใบอนุญาตแท็กซี่ 30 วัน

วันนี้ (3 เม.ย.2560) กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องวัน พร้อมกับลูกสาว ยืนโต้เถียงกับคนขับรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองคันหนึ่ง โดยระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้โบกรถแท็กซี่ แต่ถูกปฏิเสธจึงบันดาลโทสะและทุบรถแท็กซี่ คนขับจึงไม่พอใจลงมาข่มขู่ พร้อมกับเรียกเงิน 1,000 บาท ก่อนขับรถหลบหนีไป

ขณะที่ นายรุ่งนคร ดุลกุล ผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวเล่าว่า เหตุเกิดที่สุขุมวิทซอย 33 ขณะที่ผู้โดยสารเรียกรถ เป็นหัวมุมปากซอย และไม่สามารถจอดรับผู้โดยสารได้ จึงส่งสัญญาณบอกปฏิเสธผู้โดยสาร และคิดว่าผู้โดยสารเห็นแล้ว

แต่ขณะที่ออกรถได้ยินเสียงคนทุบรถฝั่งซ้าย จึงลงไปสอบถามจนเกิดการโต้เถียง ส่วนการเรียกค่าเสียหาย ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่ หรือกรรโชกทรัพย์ แต่นายถกลเกียรติยื่นข้อเสนอขอชดใช้ค่าเสียหายเอง 1,000 บาท รวมทั้ง ขอให้คนที่โพสต์ หยุดการเผยแพร่ข้อมูลสร้างความเสียหายให้คนอื่น เนื่องจากทำให้ขณะนี้เดือดร้อนขาดรายได้

ผมพูดว่า “ถ้าจะทำอย่างนี้ คุณยิงผมสักนัดเลยดีกว่า ถ้าคุณจะทุบรถผม เงิน 1,000 บาท คุณบอยเสนอให้ผมเอง เพราะว่ารถผมเสียหาย ผมไม่ได้เรียกรับ ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินด้วยซ้ำ คุณบอยเสนอขึ้นมาเอง คุณบอยถามว่าจะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ ผมก็บอก 1,000 บาทครับ” นายรุ่งนคร กล่าว  

ด้านนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถานีโทรทัศน์ช่องวัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ตัวเองและลูกสาว กำลังเดินออกจากซอยสุขุมวิท 33 และเรียกแท็กซี่ไปแล้ว 2 คัน ปรากฏว่าไม่มีคันใดยอมไป โดยรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถคันที่ 3 เมื่อเห็นว่าแท็กซี่กำลังจะขับผ่านไป จึงใช้เท้าเตะไปที่รถเพื่อต้องการให้หยุด จนเกิดการโต้เถียงกับคนขับแท็กซี่ พร้อมเสนอชดใช้ค่าเสียหายให้ โดยยืนยันว่า แท็กซี่ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย และยืนยันว่าไม่ต้องการเอาผิดแท็กซี่คู่กรณี แต่จะลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเนื่องจากมองว่ามีความผิดด้วยกันทั้งคู่

“สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นใหญ่กว่าที่ บอย ถกลเกียรติ ทะเลาะกับแท็กซี่ ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรรขนาดนั้น เรื่องใหญ่จริงๆแล้ว ผมคิดว่าผมและคนขับแท็กซี่เป็นเหยื่อระบบ เพราะทุกวันนี้เรามีทางเลือกที่จะใช้บริการอะไรก็ได้ แต่กฎหมายกำลังจำกัดทางเลือกของประชาชน” นายถกลเกียรติ กล่าว 

นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น นายทะเบียนกรมการขนส่งทางบก ได้เชิญตัวผู้ขับรถแท็กซี่ให้ปากคำฝ่ายเปรียบเทียบเทียบปรับ จากการสอบสวนได้เปรียบเทียบ 2 ข้อหา ข้อหาแรกปฏิเสธรับผู้โดยสารปรับ 1,000 บาท ใช้กริยาวาจาไม่สุภาพปรับ 1,000 บาท อบรมเสริมสร้างจิตสำนึก 3 ชั่วโมง และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 30 วัน

 

กลับขึ้นด้านบน