รัฐเทงบกลาง 5,000 ล้านบาทเยียวยารพ.รัฐขาดสภาพคล่องการเงิน

รัฐเทงบกลาง 5,000 ล้านบาทเยียวยารพ.รัฐขาดสภาพคล่องการเงิน

รัฐเทงบกลาง 5,000 ล้านบาทเยียวยารพ.รัฐขาดสภาพคล่องการเงิน

รูปข่าว : รัฐเทงบกลาง 5,000 ล้านบาทเยียวยารพ.รัฐขาดสภาพคล่องการเงิน

รัฐบาล ไฟเขียวงบกลางปี 2560 จำนวน 5,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเร่งด่วน โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ส่วนระยะยาว ต้องปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

วันนี้(7 เม.ย.2560) ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลัง เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนสำนักงบประมาณ เพื่อหารือกรณีโรงพยาบาลสังกัด สธ.ขาดสภาพคล่องนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและเข้าใจปัญหา ซึ่งโรงพยาบาลต้องดูแลสุขภาพประชาชนทั้งประเทศ กระทรวงสาธารณสุขได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการทำงานมาโดยตลอด และได้พยายามปรับประสิทธิภาพของตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน 

รัฐมนตรีสธ.บอกว่า  เรื่องปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้    มีปัญหาตั้งแต่เริ่มมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ผ่านมา ได้ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลมาช่วยตลอด ประคับประคองกันมาเรื่อยๆ พอมาถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่า เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยก็มีมากขึ้น  แต่ขณะที่งบค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นไม่เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ส่งผลให้เกิดสภาวะการณ์เรื่องรายจ่ายคล่องตัวลดลง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบและเข้าใจ  โดยได้มีการพูดคุยกับผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการดำเนินการ
  
โดยในระยะสั้น รัฐบาลจะอนุมัติงบกลางปี 2560 จำนวน 5,000 ล้านบาท ช่วยเหลือเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง   ส่วนในระยะยาว จะมีการปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ  มีโครงการชัดเจนหลายเรื่อง  มีการตั้งคณะกรรมการไปแล้วหลายชุด  เช่น ชุดหนึ่งอยู่ระหว่างปรับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งสำคัญมากเป็นแม่บท  ในส่วนของการเงินการคลัง และเรื่องอื่นๆ มีหลายภาคส่วนให้คำแนะนำ พร้อมที่จะรับฟังและจะนำสิ่งที่ดีที่สุดมาปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ทุ่มเททรัพยากรทุกอย่าง ทั้งคน เงิน เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง  ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดกำไร และการที่ทุกฝ่ายช่วยกันเต็มที่จะทำให้ระบบสุขภาพยังยืนอยู่ได้  โดยในอนาคตต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

 

กลับขึ้นด้านบน