"กรมป่าไม้"เร่งสอบที่ดินโครงการลุ่มน้ำเข็กถูกนายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท

"กรมป่าไม้"เร่งสอบที่ดินโครงการลุ่มน้ำเข็กถูกนายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท

"กรมป่าไม้"เร่งสอบที่ดินโครงการลุ่มน้ำเข็กถูกนายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท

รูปข่าว : "กรมป่าไม้"เร่งสอบที่ดินโครงการลุ่มน้ำเข็กถูกนายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท

ชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ สั่งตรวจสอบที่ดินกว่า 1.2 แสนไร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่ให้กองทัพภาค 3 นำไปจัดสรรภายใต้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หากพบชาวบ้านซื้อขายเปลี่ยนมือเอาผิดทันที

กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กภาพถ่ายทางอากาศบริเวณเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ระบุว่าพบมีรีสอร์ทตั้งอยู่บนที่ดินที่จัดให้กับราษฎรอาสาทำกินเพื่อทำการเกษตรและมีนายทุนเข้ามาซื้อโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดได้

วันนี้(9เม.ย.2560) นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของกรมป่าไม้พบว่าในช่วงปี 2554 - 2559มีสิ่งก่อสร้างทั้งรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศรวม 400 แห่ง ได้ดำเนินคดีไปแล้ว 64 แห่ง ส่วนรีสอร์ทที่อยู่ในโซเชียลอยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก แปลงที่ 2 ขณะนี้คณะทำงานสำรวจพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่กองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์ท้องที่อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กำลังดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินดังกล่าว

ส่วนการจะใช้มาตรา 44 ต้องขึ้นอยู่กับสภาวการณ์และลักษณะพื้นที่ที่แต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน เช่น พื้นที่ภูทับเบิกเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เมื่อพบการกระทำผิดไม่สามารถรื้อถอนได้ต้องนำเรื่องสู่กระบวนการฟ้องทางแพ่งเพื่อขับไล่ ประกอบกับ ผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และความเป็นอยู่ของราษฎรทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการระงับ ปราบปราม และป้องกันการกระทำดังกล่าว

 

 

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะที่พื้นที่เขาค้อ ทางกองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อพบการกระทำผิดเจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจดำเนินคดีและรื้อถอนภายใต้กรอบของกฎหมายพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ดังนั้น การป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดตามกฎหมายป่าไม้จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ จึงไม่ใช่การปฏิบัติ 2 มาตรฐานแน่นอน ปัจจุบันกรมป่าไม้ กองทัพภาค 3 และจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการตรวจสอบการครอบครองที่ดินพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ทั้งหมด หากพบว่ามีรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของกองทัพภาค 3 จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างจริงจังและเด็ดขาด


สำหรับพื้นที่ที่กองทัพภาค3 ขอใช้ประโยชน์อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ ป่าวังชมภู และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.เขาค้อ ต.สะเดาะพง ต.ริมสีม่วง และ ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยกองทัพภาค 3 ได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี 2520 - 2533 จำนวน 5 ครั้ง 8 แปลง รวมพื่นที่ 126,368 ไร่ เพื่อจัดสรรให้ราษฎรอาสาสมัครอยู่อาศัยทำกินตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ต่อมาปี 2555 จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำหนังสือถึงกรมป่าไม้เพื่อส่งมอบพื้นที่คืนบางแปลง ทั้งนี้ กรมป่าไม้ ขอให้จังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์จัดส่งรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินที่ได้จัดสรรให้หน่วยงานราชการและโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก ว่ามีแปลงที่ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขและแปลงที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดกี่แปลง พร้อมแผนที่ที่เกี่ยวข้อง

 

กลับขึ้นด้านบน