เรื่องเล่าของ"เจ้าแก้ว" ช้างป่าอินดี้แห่งป่าตะวันออก

เรื่องเล่าของ"เจ้าแก้ว" ช้างป่าอินดี้แห่งป่าตะวันออก

เรื่องเล่าของ"เจ้าแก้ว" ช้างป่าอินดี้แห่งป่าตะวันออก

รูปข่าว : เรื่องเล่าของ"เจ้าแก้ว" ช้างป่าอินดี้แห่งป่าตะวันออก

เปิดเรื่องราวความประทับใจของ "เจ้าแก้ว" ช้างป่าอินดี้ ที่ออกเดินทางท่องโลกกว้าง บอกเล่าความน่ารักของคนกับช้างที่เรียนรู้ร่วมกันตลอด 45 วัน พากลับถึงบ้านเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี อย่างปลอดภัย

เป็นเวลากว่า 45 วันที่ "เจ้าแก้ว" หรือพลายสีดอแก้ว ช้างป่าเพศผู้วัย 16 ปี ออกเดินทางท่องโลกกว้างจากพื้นที่เขาตะกรุบ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.สระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา และมาปรากฎตัวที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จ.ระยอง และครั้งนี้เจ้าแก้วออกเที่ยวไปไกลถึงเทศบาลเมืองแกลง จ.ระยอง

แม้ว่า "เจ้าแก้ว" จะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมากนัก เพราะเป็นช้างฉลาด ใจดีและรักอิสระ แต่เจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องนำมันกลับคืนสู่ป่า บ้านของเจ้าแก้วที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

ข้อมูลความประทับใจของชุดเคลื่อนที่เร็ว ช้างป่า เขาอ่างฤาไน ได้บอกเล่าเรื่องราวระหว่างทางของเจ้าแก้ว ถูกถ่ายทอดโดย เดชา นิลวิเชียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่ส่งทีมเจ้าหน้าที่ 10 คน ร่วมเดินทางพร้อมกับ "เจ้าแก้ว"ระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร

 

"เจ้าแก้ว"ช้างอินดี้แสนฉลาด

 " ช้างอินดี้" ดูจะเป็นฉายาของ " เจ้าแก้ว" ช้างเพศผู้ไร้งา ตัวนี้ ด้วยเพราะความน่ารัก รักความเป็นอิสระ ใจดี ไม่ทำร้ายคน และมีความฉลาดกว่าช้างป่าตัวอื่นๆ เจ้าแก้ว จึงถูกกล่าวขานถึงความประทับใจ และมีแฟนคลับในโลกโซเชียล มากมาย

เดชา บอกว่า "เจ้าแก้ว" เป็นช้างที่ฉลาดและพิเศษกว่าช้างตัวอื่นๆ แทนที่เจ้าหน้าที่จะเรียนรู้ช้าง แต่เจ้าแก้ว กลับเรียนรู้เจ้าหน้าที่แต่ละคน และผูกมิตร ขี้อ้อน อย่างการเดินทางที่ต้องพักแวะพัก หากเจ้าหน้าที่ที่ผูกเปลสนามนอนห่างจากมันราว 20 เมตร ยังไม่ยอมตื่น เจ้าแก้ว จะใช้งวงมาปลุกเบา เพื่อขออาหาร หรือหากเจอบ่อน้ำ ที่อยากเล่น ก็จะขอลงไปเล่นน้ำคลายร้อน ที่สำคัญ การเดินทางครั้งนี้ "เจ้าแก้ว" กลายเป็นผู้นำทาง หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตามไม่ทัน มันจะย้อนกลับมาหา และพาเดินไปพร้อมๆกัน

" ส่วนเวลานอน โดยปกติช้างป่าจะนอนในเวลากลางคืน และยืนนอน เพราะต้องระวังภัยแต่สำหรับ"เจ้าแก้ว" มีความพิเศษตรงที่นอนกลางวันและ ล้มตัวลงนอนราบไปกับพื้น ส่งเสียงกรนและตดเสียงดัง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถถ่ายรูปของมันได้ในขณะที่นอนหลับตาพริ้ม ซึ่งการที่เจ้าแก้ว กล้าหลับแบบสบายใจ เพราะมันไว้วางใจเจ้าหน้าจากกลิ่นที่มันคุ้ยเคยว่าจะหลับแบบปลอดภัย และแม้จะรักอิสระ แต่เจ้าแก้ว กลับไม่ชอบให้คนมาล้อมหน้าล้อมหลัง เพื่อถ่ายเซลฟี่กับมัน " เดชา บอกถึงความพิเศษ

 

เดินทางท่องโลกกว้างเกือบ 100 กิโลเมตร

 

ขณะที่ "จักจั่น"อาสาสมัครหญิงจากกลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือป่า ที่ร่วมเดินทางมากับ"เจ้าแก้ว" ยังบอกถึงความประทับใจ โดยบอกว่าในระยะเวลาเกือบ 20 วัน ที่พวกร่วมทางมากับแก้ว ไม่มีวันไหนเลยที่แก้วจะละหายไปจากสายตาของพวกพี่ๆ ถึงแม้ว่าการเดินของแก้วจะไม่ได้เดินตามเส้นทางที่รถวิ่งได้ตลอดแต่จะเดินลัดเลาะไปตามสวนตามป่า พวกพี่ๆก็จะเดินเท้าติดตามแก้วตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน บางพื้นที่ที่เราไม่คุ้นเคย การเดินตามแก้วอย่างเดียวก็ทำให้พวกพี่กลายเป็นหมาหลงได้ แต่ความที่เราคิดว่าแก้วคงจะฟังเรารู้เรื่องบ้าง ( ถ้ายอมฟังนะ ) พวกพี่ๆก็จะบอกแก้วว่า พวกพี่หลงทาง หลงทิศแล้วนะแก้ว ช่วยพาไปออกตรงทางที่พวกเราตั้งใจจะไปกันทีแรกหน่อย พวกพี่ไปไม่ถูก พักเดียวเท่านั้น แก้วก็นำพวกเรามาโผล่ตรงเป้าหมายพอดี

 

เธอ เล่าอีกว่า ในบางคืนที่เป็นคืนที่ฝนตก พวกพี่ๆที่เดินตามแก้วอาจจะเกิดทัศนวิสัยไม่ดี เดินตามแล้วเกือบจะเหยียบเอาแก้วที่นึกจะล้มตัวลงนอนตรงไหนก็นอน แบบไม่สนใจใครหรืออะไรทั้งนั้น ส่วนการกินของเจ้าแก้ว ผลไม้ที่โปรดปรานคือกล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ไม่กินผัก และกินมะม่วงสุก ซึ่งนิสัยของเจ้าแก้ว คือจะกินแค่พออิ่มเท่านั้น

ด้วยที่ติดตามเจ้าแก้ว เธอจึงให้ฉายามันเพิ่มอีกว่า"ช้างเทพ" เพราะเป็นช้างที่แสนพิเศษ และอยากให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางมาตรการดูแลเจ้าแก้ว ที่ไม่ชอบอยู่ป่าอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าแก้ว ก็จะออกมาในเขตชุมชนอีก ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะไม่เป็นที่รักของคนทุกคน และอาจเกิดอันตรายกับเจ้าแก้วได้

 

 

สำหรับจิตอาสาการเดินทางครั้งนี้มีพี่ก๊อบ พี่แอ๊นแฟนพี่ก๊อบ เจ้คิด แฟนพี่รุณ แล้วก็มีพี่รุณที่ขับรถบรรทุกกล้วยให้แก้ว เหมือนเป็นรถส่วนตัวที่มีแต่ของกินของแก้วตามติดแก้วตลอด มีพี่ๆ อปพร. ชรบ.ของหมู่บ้านที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่แก้วจะต้องเดินผ่าน มาคอยอำนวยความสะดวก คอยดักรถ คอยดูความปลอดภัยให้ชาวบ้าน คอยส่งเสบียงให้ทั้งพี่เจ้าหน้าที่และของแก้ว

นับแต่วันที่ "เจ้าแก้ว" ออกเดินทางจากเขาตะกรุบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอ่างฤาไน จ.สระแก้ว มาที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จ.ระยอง และทีมอารักขา พาเจ้าแก้วเดินทางกลับบ้านผ่านพื้นที่แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ และถึงเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี อย่างปลอดภัยแล้ว รวมใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนครึ่ง ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ในรอบ 5 ปีของช้างป่าอินดี้ ตัวนี้ ..

จันทร์จิรา พงษ์ราย/ ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์

 

 

กลับขึ้นด้านบน