จ่อเรียก "เครือข่ายขายตรง" ให้ปากคำคดีหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่น

จ่อเรียก "เครือข่ายขายตรง" ให้ปากคำคดีหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่น

จ่อเรียก "เครือข่ายขายตรง" ให้ปากคำคดีหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่น

รูปข่าว : จ่อเรียก "เครือข่ายขายตรง" ให้ปากคำคดีหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่น

ตำรวจเตรียมเรียกเครือข่ายของบริษัทขายตรงกว่า 30 คนให้ปากคำ ขณะที่ผู้เสียหายจากกรณีหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่น ทยอยเข้าแจ้งดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวมาจาก จ.ระนอง

วันนี้ (13 เม.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียหายจากการถูกหลอกซื้อทัวร์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นจากเครือข่ายบริษัทขายตรงที่มี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ (โชกุน) เป็นผู้บริหารบริษัท ทยอยเดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อนำหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา

ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า จากการสอบปากคำ น.ส.พสิษฐ์ ให้การปฏิเสธและระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกขายทัวร์ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา พร้อมเตรียมเรียกเครือข่ายขายตรงของบริษัทมาสอบปากคำ หลังผู้ต้องหาระบุว่า เครือข่ายเป็นคนไปหลอกขายทัวร์ให้กับสมาชิกเอง

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังกล่าวถึงกรณีคลิปเสียงคล้าย น.ส.พสิษฐ์ และกล่าวอ้างถึงสถาบัน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง น.ส.พสิษฐ์ ให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่เสียงของตัวเอง เนื่องจากโทรศัพท์มือถือสูญหาย

ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหา กล่าวว่า น.ส.พสิษฐ์ ยืนยันว่าจะคืนเงินให้กับผู้เสียหายทุกคน ซึ่งต้องรอตามขั้นตอน ส่วนกรณีที่ตำรวจเตรียมยื่นขอฝากขังและคัดค้านการประกันตัวนั้น ก็จะยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลในวันพรุ่งนี้ (14 เม.ย.)

ส่วนเครือข่ายของ น.ส.พสิษฐ์ ถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 1,000 คน ซึ่งตำรวจกองปราบปราม ระบุว่า ผู้เสียหายสามารถแจ้งความในพื้นที่ตัวเองได้และจะมีการรวมสำนวนคดีมาให้กองปราบปรามดำเนินคดี

กลับขึ้นด้านบน