รัฐบาลเล็งเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200-1,500 บาท/เดือน

รัฐบาลเล็งเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200-1,500 บาท/เดือน

รัฐบาลเล็งเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200-1,500 บาท/เดือน

รูปข่าว : รัฐบาลเล็งเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,200-1,500 บาท/เดือน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลมีแนวคิดเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายละ 1,200-1,500 บาทต่อเดือน จากเดิม 600 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล

วันนี้ (13 เม.ย.) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลมีแนวคิดเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้สอดคล้องกับการครองชีพในปัจจุบัน โดยจะปรับเพิ่มเป็นรายละ 1,200-1,500 บาทต่อเดือน จากเดิม 600 บาทต่อเดือน ขณะนี้กำลังศึกษารายละเอียดถึงที่มาของเงิน เช่น การระดมเงินทุนจากแหล่งต่างๆ ทั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือกองทุนสนับสนุนการกีฬา รวมถึงผู้สูงอายุที่มีฐานะดีอยู่แล้วและยอมเสียสละเบี้ยยังชีพคนชราอีกส่วนหนึ่งใช้จัดตั้งเป็นกองทุนผู้สูงอายุ

พล.ท.สรรเสริญ ระบุด้วยว่า กองทุนผู้สูงอายุจะนำเงินไปเพิ่มเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่มีประมาณ 10 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านคน จากการสำรวจตามโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย และเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนหลังการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบที่ 2 แล้ว ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำให้คนในครอบครัวใช้โอกาสวันหยุดสงกรานต์นี้ เชิญชวนผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยไปลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเปิดลงทะเบียนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้เพิ่มอีก 39,000 อัตรา โดยเฉพาะในชนบทผ่านวิสาหกิจชุมชน พร้อมออกมาตรการจูงใจให้องค์กรต่างๆ จ้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งนำรายจ่ายไปหักภาษีได้ถึง 2 เท่า รวมทั้งพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีเงินออมไว้ใช้เมื่อเกษียณ

กลับขึ้นด้านบน