กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเตือนพายุฤดูร้อน 30 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเตือนพายุฤดูร้อน 30 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเตือนพายุฤดูร้อน 30 จังหวัด

รูปข่าว : กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเตือนพายุฤดูร้อน 30 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพายุฤดูร้อนในพื้นที่ 30 จังหวัดของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขณะที่มีรายงานพายุพัด เสาไฟฟ้าหักโค่นในอ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เสียหาย 60 ต้น กีดขวางทางจราจรกว่า 5 กิโลเมตร

 วันนี้(15เม.ย.2560) กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

โดยขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่เกิดจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนพายุดีเปรส ชั่นปกคลุมอ่าวเบงกอล เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปบริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา ในช่วงวันที่ 16-17 เม.ย.นี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ด้านตะวันตก ของไทยตอนบน มีฝนตกเกิดขึ้นได้ โดยหลายจังหวัดที่จะเจอพายุฤดูร้อน มีดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี 

ภาคเหนือ บริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ภาคกลาง บริเวณจ.กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และสมุทร สงคราม ภาคตะวันออก บริเวณจ.นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงลมจากพายุฤดูร้อนที่พัดเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 เม.ย.) ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงบนถนนตะพานหิน-ทับคล้อ ต.หนองพะยอม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร หักโค่นถึง 62 ต้น ขวางถนนกว่า 5 กิโลเมตร จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้เสาไฟฟ้ายังล้มทับบ้านชาวบ้านเสียหาย 3 หลัง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าตะพานหิน และจากอำเภอใกล้เคียง ต้องเร่งแก้ ไขด้วยการตัดสายไฟจากเสาไฟที่หักโค่น เคลื่อนย้ายเสาไฟที่กีดขวางทางจราจรออก โดยวันนี้ ฝ่ายปกครองจะเข้าสำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือบ้านที่เสียหาย


ชาวบ้านระบุว่า พื้นที่ อ.ตะพานหิน ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง เมื่อปี 2558 เกิดพายุฤดูร้อนพัดเสาไฟฟ้าแรงสูง 39 ต้นหักโค่น ส่วนปี 2559 เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดบ้านใน 3 ตำบลเสียหายกว่า 800 หลังคาเรือน

กลับขึ้นด้านบน